เผยต้าโจวยังไม่ทันเอ่ยถาม เผยเจาเซิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็กล่าวเสียงขรึมขึ้นมาก่อน
“บ้านใหญ่ของผมก็เหมือนกัน ทำตามกฎนี้เถอะ”
ซุนกุ้ยตี้ที่อยู่ข้าง ๆ ร้อนใจจนแน่นอก อ้าปากจะโต้แย้ง แต่พอสบเข้ากับสายตาเย็นชาของเผยเจาเซิง คำพูดทั้งหมดก็พลันจุกอยู่ในลำคอ กลืนกลับลงไปอย่างฝืนใจ
เธอไม่กล้าก่อเรื่อง ไม่กล้าเถียงอีก ได้แต่เม้มปากแน่น ใบหน้าซีดสลับเขียว ดูย่ำแย่ถึงขีดสุด
เธอรู้ดีว่าถ้ากล้าเอ่ยปากอีก เผยเจาเซิงจะส่งเธอกลับบ้านเดิมแน่นอน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกจากครั้งนั้นแล้ว เธอไม่เคยเห็นสายตาเย็นชาของเขาขนาดนี้มาก่อน
เผยต้าโจวมองภาพตรงหน้าแล้วส่ายหน้าอย่างจนใจ ในใจกระจ่างดี
ลูกชายกับลูกสะใภ้ของพี่โส่วซานต่างก็เป็นคนกตัญญูและมีเหตุผล มีเพียงลูกสะใภ้คนโตเท่านั้นที่ใจแคบและโลภไม่รู้จักพอ หากตอนนั้นไม่มีเรื่องนั้นเกิดขึ้น ซุนกุ้ยตี้คงไม่มีทางได้เข้าบ้านนี้
เขาไม่รอช้า หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนเงื่อนไขเรื่องการเลี้ยงดูพ่อแม่ของแต่ละครอบครัวลงในหนังสือแบ่งครอบครัวทั้งหมดโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
เมื่อเขียนข้อกำหนดทุกข้อเสร็จเรียบร้อย ตัวอักษรก็ชัดเจนแจ่มแจ้ง
เผยต้าโจววางพู่กันลง แล้วส่งหนังสือแบ่งครอบครัวที่เขียนอย่างเป็นระเบียบให้เผยโส่วซานก่อน
“พี่โส่วซาน ลองดูสิครับ มีอะไรต้องเพิ่มเติมอีกไหม”
เผยโส่วซานรับมาอ่านอย่างละเอียดกับหวังซู่อิง เมื่อยืนยันว่ารายละเอียดการแบ่งทรัพย์สินและการเลี้ยงดูพ่อแม่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ก็พยักหน้าเบา ๆ
จากนั้นเผยโส่วซานส่งหนังสือแบ่งครอบครัวให้เผยเจาเซิงกับน้องชายทั้งสี่อ่าน ไม่มีใครคัดค้าน
เผยต้าโจวเห็นดังนั้นจึงเอ่ยเสียงขรึม
“ในเมื่อทุกคนอ่านกันหมดแล้ว และไม่มีปัญหาอะไร ก็ลงชื่อกับประทับลายนิ้วมือไว้ จากนี้ทุกอย่างจะมีผลตามเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร”
ทุกคนต่างขานรับและพยักหน้า ไม่มีใครลังเลแม้แต่น้อย
การลงชื่อและประทับลายนิ้วมือเริ่มจากพี่ใหญ่เผยเจาเซิง ต่อด้วยเผยเจาเถียน เผยเจาเหอ และเผยเจาหวาย พี่น้องทั้งสี่ลงชื่อ จากนั้นแตะปลายนิ้วลงบนชาดประทับตราแล้วกดลายนิ้วมือลงไปอย่างหนักแน่น
