ไม่ต้องพูดให้มากความ สีหน้าของเจิ้งเฉิงจวินทั้งสามพลันเคร่งขรึมลงพร้อมกัน หัวใจหนักอึ้งขึ้นมาทันที
นิสัยของโจวเหมยหรงเป็นอย่างไร แค่ฟังคำพูดที่หล่อนพูดต่อหน้าเผยเจาหวาย พวกเขาก็พอจะเดาออกแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้ยินด้วยตัวเอง
วันนั้นพี่สะใภ้ก็อยู่ด้วย คงได้ยินคำพูดของโจวเหมยหรงเข้าเต็ม ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น โจวต้าป่าวยังเรียกเผยเจาหวายว่า “พ่อ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใครได้ยินเข้าก็ต้องเข้าใจผิดและรู้สึกเจ็บปวดใจทั้งนั้น
พวกเขารู้ดีเสียยิ่งกว่าใครว่าเผยเจาหวายใส่ใจเวินซูหว่านมากแค่ไหน
พวกพี่น้องมองความคิดของเขาออกตั้งนานแล้ว และเคยเกลี้ยกล่อมให้เขาเป็นฝ่ายรุกตามจีบหล่อนด้วย
แต่เพราะก่อนหน้านี้เวินซูหว่านเป็นคู่หมั้นของเยาวชนมีการศึกษาคนนั้น พวกเขาจึงไม่อาจแย่งคนมาอย่างบุ่มบ่าม
ตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากเผยเจาหวาย ให้พวกเขาขนของใช้สำหรับแต่งงานกลับบ้าน พวกเขาก็มั่นใจแล้วว่าคนที่เขาจะแต่งงานด้วยต้องเป็นเวินซูหว่านแน่นอน
เป็นอย่างที่คิดไว้ทุกประการ
แต่ตอนนี้กลับเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นเสียแล้ว
ถ้าเป็นพวกเขาเอง ต้องเจ็บช้ำและถูกหลอกลวงเช่นนี้ ก็คงหมดใจจนจากไปเหมือนกัน
พวกเขาต่างลอบตัดสินใจไว้ในใจว่า พอไปถึงเมืองไห่และตามหาพี่สะใภ้เจอแล้ว จะช่วยเผยเจาหวายอธิบายทุกอย่างให้ดี คลี่คลายความเข้าใจผิดทั้งหมดให้ได้ ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้คงจบไม่สวยแน่
พวกเขารีบไปถึงสถานีรถไฟ อาศัยสถานะพิเศษของทั้งสี่คน ไม่นานก็ซื้อตั๋วรถไฟตู้นอนได้ครบสี่ใบอย่างราบรื่น
หลังซื้อตั๋วได้ไม่นาน เสียงหวูดเรียกขึ้นรถก็ดังขึ้น รถไฟค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่ชานชาลา
เผยเจาหวาย เจิ้งเฉิงจวิน โม่เว่ยกั๋ว และเซี่ยเสวียปินไม่กล้ารอช้า รีบขึ้นรถไฟทันที
ส่วนติงเสี่ยวหู่ขับรถกลับไปยังบ้านพักขนาดใหญ่ เพื่ออยู่จัดการงานที่เหลือทั้งหมด
——
ที่บ้านพักรับรอง เวินซูหว่านหลับยาวจนถึงสี่ทุ่มกว่า
