หลินตู้เป็นคนดวงไม่ดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เรื่องใหญ่ในชีวิตอย่างถูกพ่อแม่ทั้งคู่ทอดทิ้งไม่ต้องพูดถึง แค่ใช้ชีวิตประจำวันยังเจอปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าสั่งข้าวหรือของส่งด่วนก็ผิดพลาดได้เรื่อย ๆ ไม่พลาดส่งก็ส่งผิด หรือไม่ก็พังเสียหายไปเลย
ตอนถูกส่งเข้ามาในทะเลทรายที่ไม่เคยมีใครสำรวจจนทั่วถึงนี้ แม้ช่วงแรกจะบ่นบ้างแต่ภายหลังก็ชินแล้ว เจอต้นหลิวแดงกินคนเข้าไปด้วย กลับมีความรู้สึกว่าสมควรแล้ว
เมื่อมาแล้วก็ควรสงบใจยอมรับ หลินตู้เป็นคนมีจิตใจดีมากทีเดียว
ข้าวส่งผิดหรือขาดส่ง ทางร้านก็คืนเงินให้ หรือส่งของมาก็ได้ค่าชดเชย บางครั้งไม่ต้องเสียเงินแถมยังได้ของมาฟรี ๆ ด้วยซ้ำ
คนซวยย่อมมีวาสนาของคนซวย
อย่างเช่นเจ้าต้นหลิวแดงที่เต็มไปด้วยไอพยาบาทนี้ มันเป็นของหยินสูงสุด ตัวมันเองเป็นวัสดุทำค่ายกลชั้นยอด
หลินตู้มองต้นหลิวแดงที่ไอปีศาจยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเผยรอยยิ้มที่เรียกว่าอ่อนโยนออกมา
ไหน ๆ ก็มาแล้ว ก็ต้องขนอะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง ต้นหลิวตั้งใหญ่อย่างนี้ เอาไปใช้ตั้งค่ายกลคงได้ใช้ไปอีกนานแสนนาน
หลินตู้ยิ้ม แต่สองคนที่ถูกแช่แข็งไว้กลับหวาดผวาจนแทบสิ้นวิญญาณ
หลินตู้คนนี้นี่มันผิดปกติจริง ๆ ! กระทั่งกับต้นหลิวแดงที่กินคนยังยิ้มแบบนั้นออกมาได้
หลินตู้ลงมือทำลายค่ายกล แม้จะอยู่ใต้ดิน แต่เพียงแค่ยังอยู่ในค่ายกล พลังงานก็สามารถส่งผลถึงกันได้ตลอด เช่นนั้นขอแค่ทำให้พลังงานและแรงที่เกิดขึ้นถูกทำลาย หรือทำให้ผันกลับ ค่ายกลนี้ก็แตกแล้ว
ต่อให้ไม่อาจสัมผัสถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นค่ายกล แต่หลินตู้แค่ต้องซ้อนค่ายกลตรงข้ามทับลงไปบนค่ายกลเดิมก็พอแล้ว
นางถือแผ่นค่ายกลเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ สองคนที่ขยับได้แค่ลูกตาก็ทำได้เพียงมองตามนางไป เมื่อเห็นหลินตู้เดินไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ เช่นนี้ ถึงได้ตื่นตระหนกขึ้นมา
ในที่สุดหลินตู้ก็ระบุตำแหน่งแน่ชัดของค่ายกลได้ จากนั้นก็เริ่มตั้งค่ายกลอย่างคล่องแคล่ว
เจ้ารวบรวม ข้าก็สลาย
ใช้ค่ายกลผันกลับย้อนรอย สำหรับอัจฉริยะน้อยด้านคณิตศาสตร์อย่างหลินตู้แล้ว ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่เลย
