ในเขตหวงห้าม ยันต์สื่อสารหลายใบตกลงตรงหน้าหลินตู้ทีละใบ
“ค่ายกลตำหนักซินประตูซิ่น เรียบร้อยทุกอย่าง”
“ค่ายกลตำหนักซินประตูหลี่ ประจำตำแหน่งแล้ว”
...
เมื่อค่ายกลทั้งแปดทิศที่ตนเองรับผิดชอบจัดวางเสร็จสิ้น จินรุ่ยยืนอยู่กลางค่ายกล และส่งพลังวิญญาณเข้าไปในยันต์สื่อสารเช่นกัน
“หลินตู้ ค่ายกลเตี๋ยวเทียน จุดศูนย์กลางทั้งเก้า จัดวางเสร็จสิ้นแล้ว”
หลินตู้มองยันต์สื่อสารที่กำลังลุกไหม้อยู่ตรงหน้า แล้วหันไปมองหุ่นเชิดตัวนั้นคราหนึ่ง
ยันต์สื่อสารอีกใบตกลงมาข้างหน้าหลินตู้ เสียงของเมิ่งหลิงดังออกมา “ค่ายกลซิงอวิ๋นและค่ายกลผนึกวิญญาณเตรียมพร้อมแล้ว ขอสวรรค์ประทานพร ให้เราผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้”
ตลอดชีวิต คำนวณนับครั้งไม่ถ้วน แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงมอบไว้กับโชคชะตา
ค่ายกลซิงอวิ๋นเป็นค่ายกลโบราณอันยิ่งใหญ่ เดิมทีหลินตู้เข้าใจมันอย่างถ่องแท้กว่าใคร แต่ร่างกายของหลินตู้บกพร่องมาตั้งแต่กำเนิด นางเป็นผู้ที่กายเนื้อและสัมผัสญาณวิเศษแยกออกจากกันได้ง่ายที่สุด นางจึงไปไม่ได้
แต่ค่ายกลชั้นในของค่ายกลเพชรมังกรเขียว ต้องใช้กายเป็นค่ายกล โอกาสสูงมากที่จะใช้พลังวิญญาณจนหมดสิ้น จนกระทั่งเผาผลาญพลังต้นกำเนิด
ไม่มีใครรู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าค่ายกลใหญ่จะทะลวงออกได้
แต่หลินตู้เพียงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ยกมือผนึกศิลาค่ายกลสุดท้าย แสงสีเขียวอ่อนปรากฏรอบกายทุกคน ประหนึ่งเกล็ดมังกรที่มีลวดลายซับซ้อนประหลาด
แต่ก่อนนางไม่เข้าใจ บัดนี้จู่ ๆ ก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง
แม้มีผู้คนนับหมื่น ข้าก็จะไป
“แม้มีผู้คนนับหมื่น ข้าก็จะไป! แม้ต้องตายเก้าครั้ง ก็ไม่เคยเสียใจ!”
บนใบหน้านางเผยรอยยิ้มเล็กน้อย หันไปจ้องตาที่กลับมาเป็นประกายอีกครั้งของหุ่นเชิดอย่างแน่วแน่ พูดทีละคำ “มารร้ายไม่อาจชนะความชอบธรรม สวรรค์จะอยู่ฝ่ายเราตลอดไป ไม่ใช่สวรรค์ประทานพร แต่เป็น... เราต่างหากคือเต๋า”
