การย้อนดูชีวิตที่ผ่านมาของตนเอง สำหรับบางคนก็เป็นเพียงการหวนรำลึกถึงความฝันอันหอมหวานในอดีต แต่สำหรับบางคนกลับเป็นการเริ่มต้นทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หยวนเย่คิดว่าตนติดอยู่ในนั้นนานพอแล้ว แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะกินผลไม้ไปสามลูกกับขากระต่ายหนึ่งขาแล้ว อาจารย์อาน้อยก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมา
ไม่เพียงไม่ฟื้น กลับกันพลังบนตัวนางกลับลึกล้ำราวกับจะกลายเป็นมารในชั่วถัดไป
"เหมือนตอนอายุสิบสามข้าที่เข้าไปในคุกมรณะเพื่อเยี่ยมลุงสี่อย่างไรอย่างนั้น คุกนั่นหนาวจนขนลุก รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินไม่ขาดสาย แค่เดินรอบเดียวก็รู้สึกว่าเลือดในกายแข็งเป็นเกล็ดน้ำแข็ง อาจารย์อาน้อยตอนนี้ก็เย็นเยียบเหมือนพื้นคุกนั่นแหละ"
หยวนเย่ถือถุงน้ำเตรียมจะดื่ม พลางวิพากษ์วิจารณ์
วินาทีถัดมา น้ำในถุงน้ำของเขาก็กลายเป็นน้ำแข็ง
ถุงน้ำใบนี้หาได้ยากทั้งเรื่องรักษาอุณหภูมิและรักษาคุณภาพ วัสดุที่ใช้หลอมก็ล้ำค่าอย่างยิ่ง ตามปกติแล้วต่อให้อากาศหนาวเพียงใด ตราบใดที่ไม่เปิดฝา สภาพภายในก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
หยวนเย่คว่ำปากถุงน้ำลง เขย่าอย่างแรง ไม่มีน้ำไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว สุดท้ายก็หันไปมองเยี่ยนชิงด้วยความสิ้นหวัง
"มองข้าทำไม? ใครใช้ให้เจ้าเปิดฝาแล้วพูดกันเล่า พลังวิญญาณของอาจารย์อาน้อยน่ากลัวแค่ไหนเจ้าไม่รู้หรือไง?"
พลังวิญญาณของหลินตู้เปรียบเสมือนทะเลลึกในฤดูหนาว ปกติไม่เผยธาตุแท้ แต่เมื่อหลั่งไหลออกมาจริง ๆ ก็เหมือนถูกคลื่นทะเลซัดเข้าหน้าในฤดูหนาว หนาวจนตัวสั่นเทา
จิ่นเซวียนทนเห็นเช่นนี้ไม่ได้ แต่ว่าเมื่อคนเราเข้าสู่ค่ายกลถามใจแล้ว ภายนอกยากที่จะมีผลกระทบ นางอยากจะเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนอาจารย์อาน้อย ให้กำลังใจทางจิตใจ
ก็อาจารย์อาน้อยบอกเองว่านางมีโชคชะตาพุ่งทะยาน มีพลังนำโชคติดตัว บางทีอาจจะได้ผลก็ได้
