ตู้เสาย่อมเห็นเช่นกันว่าคนที่สบถสาบานคือหลี่ต้ง นางเพียงมองแวบเดียวก็ถอนสายตากลับ แล้วก้าวเดินตรงไปทางหลินตู้
“ข้าว่าข้าสัมผัสถึงกำแพงขั้นแห่งการเลื่อนระดับได้บ้างแล้ว กลับไปครานี้จะปิดด่านสร้างรากฐาน หลินตู้ ท่านรอข้าฝึกฝนเข็มทิพย์ให้เชี่ยวชาญ แล้วจะมารักษาหัวใจให้ท่าน”
หลินตู้ได้ฟังก็โบกมือ “ข้าไม่เป็นไร ยังมีศิษย์พี่ข้าอีก ท่านน่าจะเคยได้ยินชื่อเขา เขาชื่อเจียงเหลียง”
ตู้เสาเคยได้ยินชื่อของเขาจริง ตำราเล่าว่าเจียงเหลียงช่วยชีวิตได้เพียงผู้ที่มัจจุราชจ่อมารอรับ ถ้าลมหายใจยังเหลือเฮือกเดียวก็ไม่รับรักษา ฉายาผู้ตัดสินเป็นตาย
ขอเพียงเจียงเหลียงเอ่ยว่าหมดหนทางเยียวยา ผู้นั้นก็หมดหนทางเยียวยาอย่างแน่แท้
“ได้ยินว่าเจียงเหลียงช่ำชองการหลอมโอสถยิ่ง ไม่เคยใช้วิธีอย่างเข็มทิพย์หรือศาสตร์อื่นเลย ข้าจะร่ำเรียนไปพลาง ท่านก็พักรักษากายให้ดี บางทีวันหน้าข้าอาจช่วยเหลือท่านได้ รักษาอาการซับซ้อนยากเยียวยาพวกนั้นได้”
ตู้เสายามนี้เป็นดั่งคราแรกพบพาน ดวงตาเปี่ยมแสงแห่งความหวังที่จะมีในอนาคต เพียงแต่เมื่อก่อนเหมือนหยกหินที่เก็บไว้ในถุงลายงาม บัดนี้กลับเหมือนปิ่นแก้วผลึกใต้แสงสุริยา ส่องประกอบวิบวับไหวระยับตาดุจสายน้ำไหลเวียน
หลินตู้เอียงศีรษะครุ่นคิด “ดีเลย ข้ารอท่านสำเร็จวิชา”
นางหาได้สนใจว่าพวกเขาจะช่วยเหลือนางได้หรือไม่ เพราะนางจะช่วยเหลือตัวเอง
แต่คนเรานี่นะ ก็ต้องมีเรื่องให้ใจมุ่งไปบ้าง
เซี่ยเทียนอู๋ที่ยืนอยู่ข้างหลินตู้กระพริบตาปริบ ๆ เพียงน้อยหนึ่ง แล้วในที่สุดก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
“สหายหลิน”
เสียงแหบพร่าฟ่าฟางดังขึ้น ทำให้คนทั้งห้าที่ยืนเรียงหน้ากระดานหันศีรษะไปทางต้นเสียงพร้อมกัน ละอองหมอกขาวสามสายกลางอากาศก็วกโค้งเปลี่ยนทิศตามไปด้วย
“เฮ้ย สหายเอ๋ย หน้าเจ้านี่ เล่นใหญ่ไม่เบาเลยนะ” หยวนเย่เบิกตากว้าง
หาใช่สาเหตุอื่นใดไม่ ก็เพราะคนตรงหน้านี้ดูแล้วทำเอาคนเวทนาอย่างยิ่ง
ครึ่งใบหน้าบวมช้ำเขียวคล้ำ บนลำคอยังมีรอยนิ้วกดชัดเจน หากไม่มองหน้าแต่มองเห็นแต่เพียงรูปร่างก็ยังนับว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามสง่าผ่าเผย พอมองหน้าเข้าให้ก็เหมือน… ราชาสัตว์ปีศาจหมูป่าแปลงกายมาเกิด
