เหล่าผู้บำเพ็ญแห่งสำนักอู๋ซ่างคาดเดาไม่ผิด มารร้ายคิดจะจับหัวหน้าตั้งแต่แรกจริง ๆ
หรือจะเรียกว่า ไม่ใช่จับหัวหน้า หากแต่คิดฆ่าหัวหน้าเสียมากกว่า
พวกเขาจึงแตกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งไปช่วยนิกายเกื้อโลก อีกกลุ่มไปช่วยผู้นำของแต่ละสำนัก
แต่ทั้งสองกลุ่มยังมิทันจะแยกย้ายไปไกล ก็ได้ยินเสียงระเบิดอันกึกก้องไปทั้งหู
เสียงอื้ออึงและแรงสั่นสะเทือนมหาศาล ทำให้ทุกคนที่เร่งฝีเท้าอยู่ต่างพลันชักพลังวิญญาณขึ้นมาปกคลุมร่างกายเป็นโล่ป้องกันโดยสัญชาตญาณ ทว่ากลับยังถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นปลิวว่อน
ผู้คนทั้งหลายรีบถอยร่น ปัดเป่าผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนที่ซัดเข้ามา
"ไม่ดี! นั่นมันป้อมที่จ้าวสำนักพวกเราอยู่!" เยี่ยนชิงร้องขึ้น
หัวใจของทุกคนพลันตึงเครียด สังเกตเห็นได้ชัดว่าป้อมอื่น ๆ ถูกอาณาเขตหรือค่ายกลของจอมมารใหญ่ขังไว้แทบทั้งหมด จนแทบไม่มีใครได้ยินเสียงระเบิดครั้งนี้
หลินตู้ เวยจื่อ และโฮ่วชาง สามผู้บำเพ็ญที่มีพลังสูงสุด ทะยานตัวเข้าประชิดเป็นกลุ่มแรก
ควันหนาทึบมืดทะมึน หนักอึ้งยิ่งกว่าความมืดมิดของท้องฟ้าเสียอีก กลางควันหลงนั้น แสงโลหิตทะยานขึ้นฟ้า
เหล่าผู้ที่เดิมพุ่งไปช่วยนิกายเกื้อโลกก็พากันหันหลังกลับมา
"กลับมาทำไม?" น้ำเสียงของหลินตู้เยียบเย็นจนเกินจะเข้าถึงตัว ดังก้องท่ามกลางความมืดมิดของราตรี
"ม่อหลิน เยี่ยนชิง พวกเจ้าพาคนไปคุ้มกันนิกายเกื้อโลก ตามแผนเดิม"
จู้อ้วนเมิ่งบินไปเกาะบนไหล่ของหนีจิ่นเซวียน "ไปกันเถอะ ๆ"
ภายในป้อมที่ถูกระเบิดพังพินาศยับเยิน หลินตู้เหินกายร่อนลงบนแนวยันต์ที่ถูกทำลาย ยกมือขึ้นกวาดล้างมารร้ายที่ปีนป่ายขึ้นมาได้จนหมดสิ้น
พลังน้ำแข็งหยุดยั้งเหล่ามารร้ายเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะบดขยี้เป็นเสี่ยง ๆ
นางก้มหน้าลง แผ่สัมผัสญาณวิเศษออกไป ประเมินความเสียหายของแนวยันต์ได้อย่างรวดเร็ว แล้วหยิบศิลาค่ายกลออกมาซ่อมแซม
