หลินตู้กวาดตามองผู้ที่มาล้อมจับศิษย์น้องและนกสองตัวนั้นไว้ สายตาคมกริบ
“หลบซ่อนปิดบังกลิ่นอาย ไม่ยอมเปิดเผยตัวตน ใช้ของวิเศษเขตอาคมกับค่ายกลระดับสวรรค์ใหญ่โตขนาดนี้ พวกเจ้าก็...” น้ำเสียงหลินตู้แฝงความแปลกประหลาด “คิดว่าทะเลหลวงจะฆ่าคนอย่างไร้กติกางั้นหรือ?”
หลินตู้คิดมาตั้งแต่แรกแล้วว่า กลุ่มที่สะกดรอยเยว่หานมาตั้งแต่นอกสมาคมพ่อค้านั้น คงหมายหัวเพียงผู้น้อยแห่งเผ่านก แต่ไม่คิดว่าคนเบื้องหลังพวกนี้จะกล้าแตะต้องคนของสำนักอู๋ซ่างด้วย
คนที่กล้าล้อมโจมตีคนของพวกนางครั้งก่อน ตอนนี้ถูกฝังดินไปหมดแล้ว
คิดว่าลากเข้าไปในเขตอาคมที่ไม่มีใครเห็น แล้วจะฆ่าคนอย่างเงียบเชียบได้งั้นหรือ? หรือว่า...มีจุดประสงค์อื่น?
ความคิดในหัวหลินตู้วกวนหลายตลบ แต่มือไม้ไม่ช้าลงแม้แต่น้อย นางไม่คิดจะไว้มือ ฝ่ายตรงข้ามแม้กลิ่นอายจะยากคาดเดา แต่ม่อหลินกับหวงเซวียนจับมือกันยังเอาชนะไม่ได้ แสดงว่าอีกฝ่ายต้องมีมือสุดยอดที่สามารถกดพวกเขาสองคนได้แน่นอน
อย่างไรเสียตอนนี้ต่อหน้าธารกำนัล สำนักอู๋ซ่างถูกโจมตี เรื่องนี้คงแพร่สะพัดไปทั่วแคว้นกลางและแดนปีศาจในไม่ช้า
เมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะคิดการสิ่งใด เมื่อถูกเปิดเผยกลางแสงสว่าง แผนอุบายมากมายเพียงใดก็ไม่อาจซ่อนเร้นได้อีก
มีดสั้นไร้ด้ามสิบแปดเล่มพุ่งทะยานออกไป ปะทะเข้ากับชิ้นส่วนแผ่นค่ายกลที่ลอยกลางอากาศ ตัดขาดการเชื่อมโยงระหว่างกันในชั่วพริบตา สนามพลังปั่นป่วนทันใด
ผู้บำเพ็ญที่ถือแผ่นค่ายกลซึ่งประกอบจากศิลาค่ายกล ต่างสัมผัสได้ถึงพลังที่แผ่นค่ายกลปล่อยออกมาถูกแทรกด้วยพลังประหลาดบางอย่าง บิดเบือนเส้นทางพลังที่ราบรื่น กลับทิศ แล้วสุดท้ายก็ระเบิดออก
ผู้บำเพ็ญบางคนตระหนักได้ว่ามีสิ่งผิดปกติ รีบใช้พลังวิญญาณของตนกดไว้ แต่ก็สายเกินไป
ค่ายกลเป็นของที่ให้ผลตอบแทนสูงก็จริง แต่ก็หมายถึงความเสี่ยงสูงเช่นกัน หากถูกแทรกแซงก่อนที่ค่ายกลจะก่อร่างสมบูรณ์ แล้วไม่มีมาตรการรับมือที่เหมาะสม ก็จะเกิดปัญหาใหญ่ได้
“หยวนเย่! ที่กำบัง!” หลินตู้ตะโกน
