ยาฟู่ฟู่เดือดพล่านในหม้อ ไอน้ำอบอวลไปทั่วห้อง
หลินตู้หลับตาทบทวนเรื่องที่เวยจื่อบอกเมื่อครู่
เวยจื่อคนเดียวก็สามารถไปแดนมนุษย์ได้ แต่ที่ต้องไปด้วยกันกับพวกนาง เรื่องสำคัญน่าจะอยู่ที่ตัวหยวนเย่
ระหว่างหยวนเย่กับแดนมนุษย์มีสิ่งใดที่เวยจื่อต้องการมาได้?
ดูเหมือนเวยจื่อจะพยายามหาทางแก้ไขผลกระทบจากการกลืนมังกรอยู่ตลอด และคนๆ นี้โดยแท้จริงแล้วชื่นชอบการดูเรื่องสนุกเป็นที่สุด การที่ตอนนี้ยอมขอร่วมทางด้วย ย่อมต้องมีสิ่งที่อยากได้ ยังอาจเกี่ยวข้องกับค่ายกลกับเส้นมังกรนั้น
แต่เวยจื่อใช้ข่าวสารเหล่านั้น แม้กระทั่งใช้การแสดงความอ่อนแอเพื่อให้ได้ร่วมทางมา แต่กลับไม่เคยเปิดเผยเป้าหมายสุดท้ายของตนเลยสักครั้ง
หาก... เป้าหมายสุดท้ายขัดแย้งกัน นางกับหยวนเย่อาจจะเป็นเพียงบันไดให้เขเข้าหาเส้นมังกร
แดนมนุษย์ต้องไป แต่ว่ายังต้องวางหลี่การป้องกันไปพร้อมกัน
การเอาภัยไว้ใกล้ตัวก็ดีกว่ากรให้มันโผล่มาอย่างกระทันหัน
หลินตู้นี่เองเก่งการปรับตัวตามสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง
หลินตู้ขมวดคิ้ว อาจารย์พี่ที่หนีไปคนหนึ่ง จอมมารที่ประมาท คิดว่ายังมีโอกาสรอดชีวิตได้อีกนาน เรื่องราวของเทียนอู๋ยังไม่จบลง แล้วหยวนเย่ก็มีเรื่องอีก
ใครที่ไม่มีเรื่องติดตัวก็ไม่สมควรเป็นศิษย์สำนักอู๋ซ่างใช่หรือไม่
"เจ็บมากนักหรือ ขมวดคิ้วจนดูเหมือนคุณตาแก่ๆ น่าเกลียดชะมัด" เหยียนเหย่พูดพลาง จู่ๆ ก็สูดจมูกฟุดฟิด "ทำไมมีกลิ่นไม้จันทน์ลอยมาแบบนี้?"
หลินตู้ลืมตาขึ้น "จมูกอะไรของเจ้า เป็นจมูกหมาชัดๆ"
เหยียนเหย่ : ? ศิษย์คนนี้ใช้การไม่ได้แล้ว ทิ้งไปเสียเถอะ
"มีเรื่องหน่อย ศิษย์พี่รองของข้าอยู่ไหน"""
""กำลังดูแลเหยียนเหย่กับหยานชิงอยู่ เหยียนเหย่บาดเจ็บหนัก ตอนนี้ยังไม่ฟื้น"
หลินตู้อดขมวดคิ้วไม่ได้อีกครั้ง หยวนเย่บาดเจ็บหนักเช่นนี้ คงเกี่ยวข้องกับคำสาปที่ติดตัวเขาด้วยเป็นแน่
""คนอื่นๆ บาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง""?
""คนพวกนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ ดื่มยากบำรุงหน่อยก็หาย"เจียงเหลียงพูดต่อ "เจ้ากังวลเรื่องตัวเองบ้างเถิด"
