บทที่ 3 เซนทินอลระดับ S ทุกดัชนีเกินลิมิตของคนธรรมดา
ฉินเซียวเย่ยื่นบัตรประชาชนของเขาและเจียงเวยเข้าไปในช่องเคาน์เตอร์
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรออยู่แล้ว ผงกหัวให้ฉินเซียวเย่พลางนำทาง “คุณฉิน เชิญถ่ายรูปก่อนครับ”
ฉินเซียวเย่พยักหน้าอย่างสุขุม
“คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง ขยับชิดกันหน่อยครับ”
ฉินเซียวเย่กับเจียงเวยขยับเข้ามาตรงกลาง
ฉินเซียวเย่สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมหวานของหญิงสาวที่ลอยแตะปลายจมูก ราวกับมีขนอ่อนมาจั๊กจี้ แผ่วเบาจนยุบยิบในโพรงจมูก ทำให้ร่างเขาร้อนวูบ เขายื่นแขนออกไปโอบไหล่เธอ
เจียงเวยรู้สึกถึงวงแขนร้อนระอุที่รัดรึงเธอไว้แน่น ความร้อนแผ่ซ่านทะลุผ่านชุดบางเบาจนเธอสะท้านวาบ
“คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง ยิ้มหน่อยนะครับ”
ทั้งสองยกมุมปากขึ้นพร้อมกัน
“เรียบร้อยแล้ว เหมาะสมกันดีนะครับ”
บุรุษรูปงามล้ำเลิศ ใบหน้าคมคายลึกล้ำ สูงใหญ่กำยำ หัวไหล่ผายหลังแน่นหนา เส้นสายลื่นไหลเต็มไปด้วยพละกำลัง ทุกอิริยาบถแผ่กลิ่นอายสง่างามขรึมลึกของผู้กุมอำนาจ เปี่ยมเสน่ห์ดุดันอย่างเป็นธรรมชาติ
สตรีผู้มีโฉมงามบริสุทธิ์แต่แฝงเสน่ห์เย้ายวน ใบหน้าอ่อนเยาว์ ผิวขาวละเอียดเนียนนุ่ม ทว่ารูปร่างกลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง อวบอิ่มเย้ายวนใจ งดงามสุกปลั่ง ความใสซื่อปะทะกับเสน่ห์ตราตรึง ผสานอย่างน่าดึงดูดโดยไม่รู้ตัว
รูปคู่แต่งงานออกมางดงามเทียบชั้นดาราระดับแนวหน้า
ถ่ายรูปเสร็จแล้ว แขนของฉินเซียวเย่ก็ถอยออกทันที สองคนกลับคืนสู่ระยะห่างเพียงเส้นบางๆ
พวกเขาเดินออกมาหลังผ่านขั้นตอน ต่างคนต่างถือเล่มสีแดงออกมา
ละอองฝนหยุดแล้ว พื้นเปียกชื้น แต่ต้นไม้กลับเขียวชอุ่มกว่าเดิม
ตรงหน้าประตูสำนักงานทะเบียนสมรส ฉินเซียวเย่ยื่นนามบัตรใบหนึ่งให้เจียงเวย
เจียงเวยก้มลงมอง นามบัตรนั้นเขียนชื่อเซี่ยงตง ตำแหน่งรองประธานกลุ่มเซียวเซิ่ง
“ถ้ามีเรื่องอะไร ติดต่อเซี่ยงตง”
เจียงเวยพยักหน้า
ฉินเซียวเย่มองเธอ “คืนนี้ช่วยปลอบประโลมหน่อย ได้ไหม”
สุภาพสุขุม แววตานิ่งลึกดั่งวังน้ำลึก ในวังน้ำลึกนั้นราวกับซ่อนอสูรทะเลที่ไม่มีใครรู้จัก
เจียงเวยถูกจ้องมองจนแผ่นหลังมีเหงื่อซึม มือกำนามบัตรไว้แน่น แทบจะเปียกชื้น หัวใจเต้นระรัว “ได้ค่ะ...”
ฉินเซียวเย่ “วันนี้ย้ายบ้าน”
สุภาพแต่เด็ดขาด สมกับเป็นตัวตนของเขา
เจียงเวยหลุบตาลง ฉินเซียวเย่มองเห็นเส้นผมนุ่มลื่นของเธอทิ้งตัวลง เผยให้เห็นต้นคอขาวผ่องอมชมพู
นิ้วมือของฉินเซียวเย่ขยี้เบาๆ ใต้เนื้อผ้าสแล็กส์ รู้สึกถึงสัมผัสลื่นละมุน
เขากระดิกนิ้วเรียกรถ เซี่ยงตงที่ยืนรออยู่ข้างรถก็รีบเข้ามาทันที
“เซี่ยงตงจะช่วยคุณขนย้าย”
เจียงเวยกำลังจะบอกว่าไม่ต้องช่วย เธอมีของน้อย แต่ฉินเซียวเย่ก็สาวเท้าก้าวยาวๆ ไปที่รถแล้ว
เซี่ยงตงเดินเข้ามานำทาง “คุณผู้หญิง เชิญขึ้นรถนะครับ”
ตามที่เจียงเวยคิดไว้แต่แรก เธอยังจะกลับโรงพยาบาลไปตัดลูกอัณฑะอีกสักสองสามตัว แต่ด้วยภาระการย้ายบ้านเพิ่มเข้ามา เวลาจึงไม่พอ จำต้องล้มเลิก
ความจริงตอนที่เจียงเวยได้รับสายโทรศัพท์เรื่องการสมรสเชื่อมสัมพันธ์ และได้ยินชื่อฉินเซียวเย่ มีดผ่าตัดของเธอกำลังกรีดใต้ถุงอัณฑะของแมวพันธุ์บริติชขนทอง กรีดแผลแยก มีดผ่าตัดจ่อที่ลูกอัณฑะ
โรงพยาบาลสัตว์มักจะมีลูกอัณฑะให้ตัดไม่รู้จบ
เธอเข้าไปนั่งในรถ คิดกังวลถึงการปลอบประโลมในคืนนี้... การบรรเทาความกดดัน... เพียงแค่คำพวกนี้เรียงต่อกันก็ทำให้เธอหน้าแดงหัวใจเต้นแรง กระสับกระส่าย ไอร้อนแผ่วบางพวยพุ่งออกจากฝ่ามือไม่หยุด
เจียงเวยลงจากรถ บอกให้เซี่ยงตงรอข้างนอก เธอเข้าบ้านตระกูลเจียงไปเก็บของ เมื่อถึงหน้าประตูวิลล่าตระกูลเจียง ฝีเท้าของเจียงเวยก็ชะงัก
เสียงของสวีโม่ลอดออกมา เปี่ยมความอ่อนโยนเอ็นดู “หว่านหว่าน ที่ตระกูลฉินต้องการให้เจียงเวยแต่งด้วยเพราะค่าแมตช์ปลอบประโลมกับฉินเซียวเย่สูงเท่านั้น สรุปแล้วเธอก็เป็นแค่ยา ฉินเซียวเย่ไม่ได้ชอบเธอ”
เจียงเวยยืนอยู่หน้าประตู กัดริมฝีปากล่างแน่น แทบจะกัดเลือดซิบ
ปลายนิ้วเธอเย็นเฉียบ เย็นลึกเข้าไปถึงหัวใจ
เธอเกิดในตระกูลเจียงกว่ายี่สิบปี พึ่งมาค้นพบเมื่อครึ่งปีก่อนว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ถูกสลับตัวกันที่โรงพยาบาล
ตระกูลเจียงรีบจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อรับลูกสาวแท้ๆ หลัวหว่านกลับคืนมา และเปลี่ยนนามสกุลเป็น เจียงหว่าน
ตำแหน่งของเจียงเวยจึงกระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง
เจียงเช่อ ผู้เป็นบิดา และสวีโม่ ผู้เป็นมารดา กลัวว่าเจียงหว่านจะเสียใจ จึงต้องการให้เจียงเวยออกจากตระกูลเจียง กลับไปตระกูลหลัว
แต่ที่ตระกูลหลัว หลัวฮ่าวผู้เป็นพ่อเป็นนักพนัน หลี่เหยาผู้เป็นแม่ติดเหล้า ตอนที่ตามหาเจียงหว่านเจอ ตระกูลหลัวได้ขายเธอให้แก่ชายโสดวัยสี่สิบห้าปีในหมู่บ้านไปแล้วเพื่อสินสอดสองแสนหยวน
หลัวฮ่าวรู้ว่าพ่อแม่แท้ๆ ของลูกสาวบุญธรรมมีเงิน ก็อ้าปากเรียกราคาเกิน
แถมยังขู่ว่าถ้าไม่ยอมจ่ายให้พอดี ก็อย่าเพิ่งเลี้ยงลูกสาวคนอื่นเปล่าๆ เขาจะลองของหรอก เพราะเห็นลูกสาวคนนี้ขาวเนียนน่ามองมานานแล้ว คำพูดพล่ามไร้ยางอาย
พ่อแม่ตระกูลเจียงโกรธจนตัวสั่น
ตระกูลเจียงยอมจ่ายเงินให้หลัวฮ่าวห้าล้านหยวน ถึงย้ายทะเบียนบ้านของเจียงหว่านกลับมายังตระกูลเจียงได้
เจียงเวยจากที่เคยเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเจียง บัดนี้กลับกลายเป็นคุณหนูจอมปลอม ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่ววงการผู้ดีมีอำนาจและคนรวยรุ่นใหม่
ก่อนหน้านี้สวีโม่ไม่พอใจเจียงเวยอยู่แล้วเพราะเธอไม่ยอมเชื่อฟังและยืนกรานจะเลือกเรียนสัตวแพทย์
ตามแผนที่สวีโม่วางไว้แต่แรก เจียงเวยควรเรียนการเงินหรือบริหารธุรกิจ เข้าวงการนักธุรกิจรวย ช่วยบิดาจัดการบริษัท
ไม่ใช่เอาแต่คลุกคลีกับแมว สุนัข กิ้งก่า งู ตุ๊กแก จระเข้ แมงมุม ทารันทูล่า...
แถมยังตัดลูกอัณฑะแมวกับสุนัขทุกวี่วัน
การศึกษาและงานของผู้หญิง สุดท้ายแล้วก็คือสินสอดติดตัวที่ดี ต้องใช้สิ่งเหล่านี้ยกระดับตนเอง แต่งงานกับคนฐานะสูงกว่า
รวมพลังแข็งแกร่ง ตระกูลเจียงก็จะมั่นคง
แต่เจียงเวยกลับดื้อรั้นและเอาแต่ใจ ไม่ฟัง
พอผลตรวจดีเอ็นเอออกมา ทุกอย่างก็กระจ่าง ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน ย่อมไม่เหมือนเธอ
ตอนนี้มีลูกสาวแท้ๆ แล้วจึงโอนเอียงไปที่เจียงหว่านเป็นหลัก ฝึกฝนเจียงหว่านขึ้นมา
พ่อแม่ที่เลี้ยงดูเจียงเวยมากว่ายี่สิบปี ไม่เอาเธอแล้ว
เธอจะรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เพราะเธอแย่งตำแหน่งคุณหนูคนรวยของเจียงหว่านมาครอบครองหลายปี
คนสอนคนมักไม่จำ เรื่องสอนคน แค่ครั้งเดียวก็จำฝังใจ
เจียงเวยเติบโตขึ้นในพริบตา ควบคุมความเย่อหยิ่งแบบคุณหนูตระกูลเจียง ระแวดระวังตัว
การแต่งงานกับฉินเซียวเย่ ถือว่าช่วยเธอไว้ ให้เธอมีที่ไป
ส่วนตระกูลเจียง เพราะเจียงเวยสมรสเชื่อมสัมพันธ์กับฉินเซียวเย่ จึงยินดีจะยังนับเธอเป็นลูกสาว
เธอยังมีบ้าน ยังเรียกพ่อแม่ได้
เจียงเวยสูดหายใจลึก ผ่อนลมหายใจออก ยกมุมปากขึ้น แต่งแต้มรอยยิ้ม ผลักประตูเข้าไป
สวีโม่เห็นเธอ ก็เงยหน้าขึ้นถามด้วยความเป็นห่วง “เวยเวย ดูตัวเป็นยังไงบ้าง”
เจียงเวยเม้มปาก “จดทะเบียนแล้วค่ะ”
สวีโม่ตกใจ “จดทะเบียนเลยเรอะ”
เธอดีใจขึ้นมาฉับพลัน ลุกขึ้นมาจับมือเจียงเวย เอ่ยอย่างจริงจังจริงใจ “เวยเวย แต่งงานแล้วต้องยึดสามีเป็นหลัก อย่าเอาแต่ใจตัวเองล่ะ”
“แม่ลงคอร์สให้หนูแล้ว เรียนให้ดีนะว่าจะเอาชนะใจสามียังไง แล้วก็วิธีรับมือกับเมียน้อย พวกนี้สำคัญกว่าที่หนูไปค้นคว้าเรื่องสัตว์เลี้ยงรูปร่างพิสดารพวกนั้นนะ ไม่ได้เงินแถมยังขาดทุน”
“คิดหาทางมีลูกกับฉินเซียวเย่เร็วๆ เข้า จะได้ตั้งฐานะภรรยาเอกให้มั่นคง”
“อย่าให้ถูกส่งตัวกลับมาเชียว”
“แม่นี่หวังดีกับหนูนะ”
เจียงหว่านเบ้ปาก เหล่มองเจียงเวยทีหนึ่ง ในแววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างแรง มือบิดขยี้พู่ห้อยตรงโซฟาจนยุ่งเหยิง
เธออดเสียดสีไม่ได้ “ฉินเซียวเย่ขึ้นชื่อเรื่องเย็นชา เข้มงวด มีเหตุผล เป็นเมียเขาก็เหมือนอยู่บ้านร้างนั่นล่ะ”
ตอนตรวจดีเอ็นเอ เจียงหว่านก็ถูกตรวจพบว่ามียีนไกด์ เป็นระดับ C
ตอนที่ตระกูลฉินยื่นข้อเสนอสมรสเชื่อมสัมพันธ์ เจียงหว่านออดอ้อนให้สวีโม่เสนอชื่อเธอต่อฉินเซียวเย่ แต่ถูกฉินเซียวเย่ปฏิเสธอย่างสุภาพ
เจียงหว่านเคียดแค้นในใจว่านางเวยเถ่งแย่งชิงตำแหน่งของเธอไปอีกแล้ว
หน้าด้าน!
เจียงเวยถอนหายใจพรืดด้วยความอัดอั้น ลึกๆ คิดจะปฏิเสธ แต่นี่คือความรักอันน้อยนิดที่เหลืออยู่จากแม่หลังจากที่เจียงหว่านกลับมา การดื้อรั้นขัดขืนของเธอเมื่อก่อนล้วนทำให้สวีโม่รังเกียจ เธอจึงตอบเสียงเบา “ค่ะ”
สวีโม่เผยรอยยิ้มเบิกบาน “การแต่งงานของพวกหนูราบรื่น ความร่วมมือระหว่างตระกูลเจียงกับตระกูลฉินก็จะราบรื่น”
เจียงเวยเอ่ย “แม่คะ หนูจะย้ายไปที่บ้านคุณฉินเซียวเย่...”
เจียงหว่านเบ้ยิ้มเย้ย “ไม่มีงานวิวาห์ ไม่มีแหวน ไม่มีการขอแต่งงาน อย่างนี้ก็นับว่าแต่งงานแล้วเรอะ”
สวีโม่ลูบมือเจียงหว่าน หันมาทางเจียงเวย “อืม เขา...ดีกับหนูไหม”
เจียงเวยตอบ “ดีค่ะ”
จะว่าดีหรือไม่ก็เหมือนกัน ฉินเซียวเย่เป็นคนดี
เจียงเวยขึ้นไปเก็บข้าวของ จัดมาได้หนึ่งหีบ ยกลงมาข้างล่าง
เธอยืนเรียบร้อยอ่อนหวานตรงเชิงบันได “แม่คะ หว่านหว่าน หนูไปก่อนนะคะ”
เจียงหว่านได้ยินคำว่า “แม่” ก็กลอกตา
สวีโม่ยิ้มแล้วพยักหน้า
เจียงเวยผลักประตูออกไป ปิดประตูลง
ยกกระเป๋าเดินทาง ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูครู่ใหญ่
ละอองชื้นลอยคลุ้ง ก่อตัวเป็นความว่างเปล่า
สิ่งที่เรียกว่าบ้าน จากนี้ไปเธอไม่มีอีกแล้ว
ละอองฝนประปรายกระทบใบหน้าเธอ ลมพัดคราหนึ่ง หนาวเย็น
ในบ้านดังเสียงสวีโม่พูดกับเจียงหว่าน “หว่านหว่าน ที่เจียงเวยแต่งเข้าตระกูลฉินก็เพื่อการสมรสเชื่อมสัมพันธ์ นิสัยเธอน่ะ เอาฉินเซียวเย่ไว้ไม่อยู่หรอก ดูภายนอกเหมือนเรียบร้อย แต่จริงๆ แล้วนิสัยซุกซน ฝึกยาก ตอนนี้รีดเค้นอะไรจากตระกูลเจียงได้ก็เอาไปก่อน อนาคตก็ล้วนเป็นของหนูไม่ใช่หรือ”
เจียงหว่านเอ่ยเสียงออดอ้อน “แม่คะ หนูแค่เสียใจ ทำไมทุกอย่างของหนูเธอถึงต้องแย่งไปหมด...”
เจียงเวยยกกระเป๋าเดินทางลงบันไดอย่างลำบาก ลากคันชักกระเป๋าเดินไปข้างหน้า ล้อกระเป๋าดังอูตูตู เสียงในบ้านค่อยๆ ห่างไกลออกไป
เซี่ยงตงรีบวิ่งมาจากที่ไกลๆ “คุณผู้หญิง เดี๋ยวผมถือเองครับ”
เจียงเวยเกรงใจ “ไม่ต้องค่ะ”
เซี่ยงตงก็ยังแย่งไปถือจนได้ นำกระเป๋าใส่ในช่องเก็บของท้ายรถ
เจียงเวยยิ้มบางใส “ขอบคุณนะคะ”
ดวงตาบริสุทธิ์งดงามของเจียงเวยแจ่มใสเจือละอองชื้น ฝอยฝนถึงจะหยุดแต่ก็มีละอองโปรยลงมาบ้าง สะท้อนแสงหลากสีบนเรือนผมสีดำขลับของเธอ
เซี่ยงตงถอนหายใจ ไม่มีใครในตระกูลเจียงออกมาส่งเธอเลยสักคน
เจียงเวยขึ้นนั่งในรถ รถเคลื่อนตัวออกไป
เธอถือโทรศัพท์ กัดริมฝีปาก ค้นหาวิธีปลอบประโลม ยิ่งค้นก็ยิ่งหน้าแดง...
ในเน็ตบอกว่า เซนทินอลระดับ S เป็นคนกลุ่มพลังงานสูง ทุกค่าดัชนีล้วนเกินกว่าคนธรรมดา โดยทั่วไปก็ใหญ่มาก