ฉินเป่าอันเบิกตากว้าง ตกใจกับถ้อยคำนั้นจนเผลอกัดลิ้น
ให้ฉินเคอมาคอยเป็นเพื่อนเล่นเขา เรื่องเช่นนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร...
ฉินเป่าอันไม่เข้าใจว่าองค์ชายรัชทายาทคิดจะทำอะไร เช่นเดียวกับวันงานชมสวน เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดองค์ชายรัชทายาทจึงต้องบีบให้ฮ่วยอันโหวเลือกต่อหน้าทุกคน ระหว่างเขากับฉินเคอ
ทว่าภาพแววตาเคียดแค้นของฉินเคอหลังตกน้ำพลันผุดขึ้นในหัว เขาสะท้านเฮือกทันที
“ไม่ต้องพ่ะย่ะค่ะ ข้าไม่ต้องการเพื่อนเล่น” ฉินเป่าอันส่ายหน้ารัวราวกับกลองป๋องแป๋ง “อยู่คนเดียวก็ดีแล้ว”
เขาไม่อยากเห็นฉินเคออีก
เขากลัวว่าหากอยู่กับฉินเคอแล้ว ตนจะควบคุมตัวเองไม่ได้ และทำเรื่องน่ากลัวเช่นนั้นอีกครั้ง
เขาไม่อยากกลายเป็นเด็กเลวที่มีจิตใจชั่วร้าย
จุนซูเอี้ยนมองท่าทางของเขา แล้วหลุบตาลงอย่างแนบเนียน แววเบื่อหน่ายวูบผ่านนัยน์ตา
ชิ ยังอ่อนแอเกินไปอยู่ดี
หากไม่ลงมือก็แล้วไป แต่ในเมื่อทำไปแล้ว ก็ควรจัดการอีกฝ่ายให้ตายเสียตั้งแต่แรก ทิ้งคนที่ร่อแร่ให้มีชีวิตอยู่ ทั้งยังเผยพิรุธของตนออกมา รังแต่จะนำพาปัญหาไม่รู้จบตามมา
น้องสี่ของเขา แม้แต่หลักง่าย ๆ อย่างถอนรากถอนโคนยังไม่เข้าใจ แล้วภายหน้าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร?
แต่ไม่เป็นไร การค่อย ๆ ระบายสีดำลงบนกระดาษขาว สำหรับจุนซูเอี้ยนแล้วก็เป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่ง
“องค์ชายสี่ ดื่มน้ำแกงแล้วค่อยเข้าไปเล่นในตำหนักด้านในเถิด ด้านนอกอากาศเย็น หากอยู่นานเกินไปจะจับไข้เอาได้”
เหลียนหรงถือชามน้ำแกง มือหนึ่งใช้ผ้าเช็ดปากให้ฉินเป่าอัน อีกมือก็กล่าวเกลี้ยกล่อม
ทว่าฉินเป่าอันกลับผิดไปจากปกติ มือเล็กซุกอยู่ในแขนเสื้อ พลางส่ายหน้า “ข้าไม่หนาว ข้าอยากเล่นข้างนอกอีกสักพัก”
โทสะที่ถูกฉินเคอยั่วยุขึ้นเมื่อครู่ยังไม่มอดลง ร่างกายของเขายังร้อนผ่าวอยู่