ป่าเลมอน
รอบ ๆ ยานรบ
เหล่าอสูรกายไฮ่เย่อตัวสั่นงันงกตลอดทั้งคืน
ทั้งที่เป็นบ้านเกิดในป่าเลมอนของพวกมัน แต่เพราะมีคนอสูรใจร้ายกลุ่มหนึ่งมาที่นี่ แล้วไม่หยุดปล่อยไฟ ปล่อยสายฟ้า ต่อสู้กันชุลมุน
พวกมันทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้
คนอสูรใจร้ายกลุ่มนั้นก็คือ หลิงเทียน หลินเซียว หลินปาน และไข่ทองคำห้าสีที่ตามหาเจ้านายสตรีเพศเมียไม่พบนั่นเอง
เย่หมิงใจเย็นมาก ไม่ได้เข้าร่วมวงทะเลาะภายใน
หลินเซียวกับหลินปานสองพี่น้องฟื้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
หลังจากฟื้นขึ้นมารู้ว่าเฉียวหรานถูกเหล่าปีศาจวารีแห่งหลีจุ้ยพาตัวไป ก็โกรธจนถึงขั้นต่อสู้กับหลิงเทียนยกใหญ่
หลังจากถูกซัดจนหน้ามืดดำติดดิน ก็วิ่งไปล่าปีศาจในเขตล่าปีศาจด้วยความเดือดดาล
ตลอดทั้งคืน
ไม่ได้พักเลยสักวินาที
อสูรกายที่พวกเขาล่ามาได้กองพะเนินเทินทึกดั่งภูเขา แก่นแก้วระดับแปดใส่เต็มตะกร้าหนึ่ง
เย่หมิงคอยห้ามปรามไปด้วย ติดต่อกับกรมการทหารไปด้วย
แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบกลับจากฝ่าบาทราชินีเลยสักที
หลังจากหลิงเทียนกับไข่ทองคำต่อสู้จนเหนื่อย ก็หยุดศึกด้วยความเข้าอกเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด
เหยี่ยวพเนจรบินโฉบไปมายังทะเล พุ่งเข้าหาทะเลครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความโกรธแค้น
ไข่ทองคำร้อนลวก พลังพิเศษพลุ่งพล่านโอบล้อม กระวนกระวายจนไม่มีใครเข้าใกล้ได้
ไม่มีผู้นำทาง
ไม่มีใครในพวกเขาที่สามารถเข้าไปยังวังหลีสุ่ยเพื่อตามหาเฉียวหรานได้เลย
พวกเขาก่อกวนไม่หยุดหย่อนมาจนถึงวันที่สอง
หลิงเทียน หลินเซียว หลินปาน และไข่ทองคำห้าสี รวมตัวกันอยู่ข้างยานรบในที่สุด
ชายหนุ่มสามคนกับไข่หนึ่งฟอง หน้าบึ้งตึงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศเหนือ
ไม่มีใครสนใจใคร ไม่มีใครมองใคร
เย่หมิงมองดูอยู่ห่าง ๆ คิดว่าบ้านนี้ถ้าไม่มีเจ้านายสตรีเพศเมีย ต้องระส่ำระสายแน่
ก่อนจะระส่ำระสายยังต้องสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่งก่อน
เย่หมิงพูดว่า “หลิงเทียน ฉันรายงานเรื่องนี้ให้กรมการทหารไปแล้ว แต่ข่าวคราวกลับไปไม่ถึงฝ่าบาทราชินีเลย”
