ไม่นาน จอใหญ่ก็แสดงผลการแข่งขันแบบพบกันหมด:
ผู้ชนะ: ฉือเฟิง
กงหย่วนตกรอบ
“ฉือเฟิง!”
เฉียวหรานโน้มตัวพิงราวกั้น มองมนุษย์หมาป่าที่ตัวเปื้อนเลือดด้วยความเป็นห่วง
มนุษย์หมาป่าผู้แข็งแกร่งน่าเกรงขามยิ้มปลอบใจให้เฉียวหราน แล้วเดินออกจากสนามด้วยท่วงท่าสง่างาม
พอเขาเดินเข้าไปในพื้นที่รอที่เฉียวหรานมองไม่เห็น ร่างใหญ่โตก็ล้มลงทันที
“ฉือเฟิง!”
“ฉือเฟิง!”
หลินเซียวกับหลินปานรับร่างเขาไว้ แล้วค่อย ๆ วางลงบนพื้น
เย่หมิงใช้พลังพิเศษน้ำแข็งสร้างแท่งน้ำแข็งเพื่อห้ามเลือดให้บาดแผลทั่วร่างของเขาทันที
อวี้ไป๋คุกเข่าอยู่ด้านข้าง วางมือทั้งสองลงบนรูเลือดที่หน้าอกเขา แล้วรักษาให้
เฉิงเหย่ยัดอมยิ้มใส่ปากเขา “ฉือเฟิง หรานหรานบอกว่า น้ำตาลช่วยฟื้นฟูพละกำลังที่เสียไปได้เร็ว”
พลังจิตของเฉินซีล่วงเข้าไปในพื้นที่รอ เพื่อตรวจร่างกายฉือเฟิง
“ไม่ต้องห่วงนะ ลูกรัก ฉือเฟิงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต อวี้ไป๋กำลังรักษาเขาอยู่”
เฉียวหรานวางใจไม่ได้เลย “แต่เขาเจ็บหนักมาก”
เฉินซีบอก “สำหรับฉือเฟิงแล้ว บาดแผลพวกนี้คือเกียรติยศของเขา เป็นเหรียญตราที่เขาต่อสู้มาเพื่อเจ้านายสตรีเพศเมีย”
ชัยชนะเป็นของคนอสูร
เกียรติยศเป็นของเจ้านายสตรีเพศเมีย
เขายังทำสีหน้าเสียดายอีก “อิจฉาพวกเขาจังที่ได้สู้เพื่อลูกรัก ส่วนฉันได้แต่ยืนดูตรงนี้ โทษฐานที่ระดับพลังสูงเกินไป”
เฉียวหราน: ……
เฉียวหรานตวัดสายตาใส่เขา เขย่งเท้าอยากเห็นสภาพของฉือเฟิง
จังหวะนั้นเอง จอใหญ่ของสมองกลดาราก็ขึ้นชื่อคนอสูรคู่ต่อสู้ต่อไป
เฉิงเหย่ ปะทะ ถูหย่ง
คนอสูรหมีสีน้ำตาลขั้นต่ำ ปะทะ คนอสูรหมีดำขั้นกลาง
เฉียวหรานถาม “ถูหย่ง? คนที่สู้กับเย่หมิงเมื่อกี้ นามสกุลถูเหมือนกันหรือเปล่า”
