การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป
ร่างอสูรของอวี้ไป๋และมู่เฉิงต่อสู้กลางอากาศกับปีศาจงูคุนขนาดมหึมา ด้วยความเร็วสูงจนแทบมองไม่เห็นเงา
ทันใดนั้น ระหว่างปีศาจงูคุนสีดำยักษ์ก็เปล่งแสงสีขาวนวลตาอ่อนโยนสาดส่องออกมา แสงนั้นบริสุทธิ์และเจิดจ้า ส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้าเหนือสนามแข่ง
“เกิดอะไรขึ้น”
เฉียวหรานรีบถาม
เหล่าสตรีเพศเมียผู้สูงศักดิ์และคนอสูรในบริเวณผู้ชมต่างมองไปที่ลำแสงนั้นด้วยความประหลาดใจ
“หรานหราน อวี้ไป๋เลื่อนระดับแล้ว!”
ฉือเฟิงและเฉิงเหย่มองเห็นชัดเจน และกล่าวด้วยความยินดี “ในที่สุดก็ระดับเจ็ด เขาลำบากมามากแล้ว”
“ดีจังเลย!”
เฉียวหรานนึกถึงตอนที่อวี้ไป๋ดูหดหู่และไม่มั่นใจก็รู้สึกปวดใจ
ตอนนี้อวี้ไป๋อยู่ระดับเจ็ดแล้ว หลังจากนี้เขาคงมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
อวี้เหยาจ้องมองแสงแห่งการเยียวยาอันอ่อนโยนนั่น ดวงตาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มและโล่งใจ
มีเพียงผู้ที่มีพลังพิเศษสายเยียวยาเท่านั้นที่จะเข้าใจว่าการเลื่อนระดับของพวกเขายากเย็นเพียงใด และมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่าคนอสูรสายฟื้นฟูระดับเจ็ดนั้นล้ำค่าแค่ไหน
คนอสูรสายฟื้นฟูระดับเจ็ดสามารถรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสของคนอสูรระดับแปดและระดับเก้าได้ อีกทั้งยังช่วยชีวิตพวกเขาได้ทันท่วงทีอีกด้วย
โดยเฉพาะคนอสูรระดับเก้า
พวกเขาคือราชาอสูรผู้พิทักษ์จักรวรรดิ หากปราศจากการยับยั้งจากพวกเขา ฝูงสัตว์อสูรจากต่างดาวก็จะเขมือบจักรวรรดิแห่งคนอสูรนี้ในไม่ช้า
ชีวิตของพวกเขาจึงมีค่ายิ่งนัก
ในสนามรบ หากมีทหารอสูรสายฟื้นฟูระดับเจ็ดคอยประสานการรักษา ราชาอสูรระดับเก้าก็จะยิ่งไร้ผู้ต้านทาน
