อวี้ไป๋วิ่งเข้าไปในห้องใต้ดิน “ฉือเฟิง ฉือเฟิง ได้สารอาหารมาแล้ว รีบดื่มเร็ว”
ฉือเฟิงผ่านค่ำคืนอันเจ็บปวดแสนสาหัส ต้นขาของเขาถูกกริชแทงเป็นรูเลือดนับไม่ถ้วน ความเจ็บปวดรุนแรงช่วยระงับความทรมานจากช่วงติดสัดที่หาทางออกไม่ได้
อวี้ไป๋บิดฝาสารอาหาร ส่งไปให้เขา
ฉือเฟิงเบี่ยงศีรษะ ถามอย่างระแวดระวัง “เจ้าไปเอามาจากไหน”
“ท่านนายหญิงให้มา บอกว่าให้พวกเราแบ่งกัน รีบดื่มเถิด ข้าจะแอบเอาอีกหลอดไปให้เฉิงเหย่”
ฉือเฟิง “ทำไมนางถึงให้สารอาหารพวกเรา”
อวี้ไป๋ “ข้าก็ไม่รู้ นางดูเหมือนจะแปลกๆ ไปหน่อย”
ฉือเฟิงหัวเราะเย็น “คิดว่าใช้สารอาหารหลอดเดียวจะปราบพวกเราได้หรือ ฝันไปเถอะ”
ร่างกายที่ไม่ได้กินอาหารมาหนึ่งสัปดาห์โหยหาสารอาหารอย่างยิ่ง แต่ฉือเฟิงก็ดื่มเพียงครึ่งเดียว แล้วก็บังคับใจตัวเองให้หยุดดื่ม
“ที่เหลือให้เจ้า”
อวี้ไป๋ปัดมือปฏิเสธ “ข้าไม่เป็นไร...”
ฉือเฟิง “เจ้ายังต้องรักษาบาดแผลให้พวกเรา จะไม่มีพลังงานเลยไม่ได้”
“...ได้”
อวี้ไป๋กล้ำกลืนฝืนดื่มครึ่งหลอดที่เหลือจนหมด
ขอเพียงมีชีวิตรอดออกไปจากท่านนายหญิงใจร้าย พวกเขาจะไม่มีวันได้อยู่อย่างหิวโหยเช่นนี้อีก
“หลอดนี้เจ้าแอบหาโอกาสเอาไปให้เฉิงเหย่ที่อยู่ข้างนอก อย่าให้นางรู้เป็นอันขาด”
อวี้ไป๋พยักหน้า “ข้าทราบ”
เฉิงเหย่เป็นสามีอสูรอีกคนของเฉียวหราน เป็นหมีสีน้ำตาลระดับสาม
เพราะสีผิว และนิสัยซื่อๆ ทำให้เฉียวหรานรังเกียจ
ตั้งแต่แต่งงานก็ไม่เคยให้นางเข้ามาอยู่ในบ้านเลย
ตลอดเดือนกว่า ไม่ว่าลมฝนหรือแดดจ้า เฉิงเหย่ได้แต่เฝ้าอยู่หน้าบ้านเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นคือ ตลอดเดือนกว่าไม่มีอาหารให้เขาสักอย่าง
อวี้ไป๋แอบออกจากห้องใต้ดิน เห็นว่าสตรีเพศเมียไม่อยู่ในห้องนั่งเล่น จึงรีบวิ่งออกไปข้างนอก
ด้านนอก
ลูกหมีสีน้ำตาลตัวหนึ่งนั่งหงอยซึมอยู่หน้าประตูใหญ่
มันอ่อนแอเกินกว่าจะคงร่างมนุษย์ไว้ได้
อวี้ไป๋ยัดสารอาหารใส่มือเขา กระซิบว่า “เฉิงเหย่ รีบดื่ม อย่าให้ท่านนายหญิงเห็น”
ลูกหมีตกใจ ถามอย่างอ่อนแรง “ท่านนายหญิงให้มาหรือ”
“อย่าถามเลย รีบดื่ม อย่าให้นางรู้”
เฉิงเหย่กำสารอาหารไว้ ครางรับอือออ
เขาเป็นสัตว์อสูรกำพร้าตั้งแต่เด็ก ไม่มีพ่อแม่พี่น้อง คอยโหยหาบ้านที่อบอุ่นและครึกครื้นมาตลอด
พอถูกจับคู่กับสตรีเพศเมีย เขาก็ดีใจแทบบ้า
แม้ระดับพลังพิเศษจะยังต่ำมาก แต่เขาจะพยายามล่าสัตว์อสูรเพื่อเพิ่มระดับ และดูแลท่านนายหญิงอย่างเต็มกำลัง ทุ่มเทให้ครอบครัว
ผลปรากฏว่า นางเพิ่งเห็นเขาแค่แรกก็รังเกียจเขาอย่างที่สุด
แต่งงานหนึ่งเดือนแล้ว ยังไม่ให้เขาก้าวเข้าไปในบ้านสักก้าว
เฉิงเหย่เคยแหงนมองประตูบ้านทุกวัน ดวงตาระยิบด้วยความคาดหวัง แต่แล้วก็ค่อยๆ หม่นหมองลง
“ขอบใจเจ้ามาก...”
เฉิงเหย่ดื่มสารอาหารอย่างขมขื่น
เดิมทีเขาคิดจะตายอยู่แล้ว
แต่พอคิดถึงว่าฉือเฟิงและอวี้ไป๋ดีกับเขามากเพียงใด ก็รู้สึกว่าตายไปคงผิดต่อพวกเขา
ต่อไปถ้าได้หย่ากับท่านนายหญิง เขาจะใช้ชีวิตอยู่กับฉือเฟิงและพวก
--
เฉียวหรานง่วนอยู่ในห้องนอน
นางเก็บเครื่องประดับเก้าใหม่ กระเป๋า และชุดราตรีออกจากห้องแต่งตัวทีละชิ้น ถ่ายรูปเอาไปประมูลบนเว็บมือสอง
แขวนทั้งเช้า ไม่มีใครสนใจสักคน
สตรีเพศเมียในโลกนี้บอบบางราวกับแก้ว จะยอมลำบากซื้อเครื่องประดับมือสองได้อย่างไร
ตอนที่เฉียวหรานกำลังคิดหาทางหาเงินวิธีอื่น จู่ๆ ก็มีข้อความส่งมา
--ขอถามหน่อย กระเป๋าถือหนังอสูรคุนหมั่งเป็นของแท้ใช่ไหม
เฉียวหรานตาเป็นประกาย ตอบกลับทันที
--ของแท้จ้า เพิ่งซื้อเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังไม่เคยใช้เลยสักครั้ง ใบเสร็จ ใบรับรอง และกล่องของขวัญบรรจุภัณฑ์ครบชุดเลยนะ
กระเป๋าคุนหมั่งนี่ราคาสามหมื่นห้า เป็นของที่เจ้าของร่างเดิมซื้อแบบผ่อน
และเป็นสินค้าที่มีมูลค่ามากที่สุดในห้องแต่งตัว
เพราะยังใหม่อยู่ เฉียวหรานจึงตั้งราคาสามหมื่น ถ้าขายได้ก็จะช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนที่ขาดแคลนอาหารได้
--ห้าพันได้ไหม
เฉียวหรานเกือบขว้างกำไลสมองแสงดาวทิ้ง
--ท่าน เพื่อนเอ๋ย ต่อแรงไปนะ นี่ของใหม่นะ ของใหม่ ราคาเต็มสามหมื่นห้าพันดาวนะ
อีกฝ่าย
--ก็เอามาขายแล้ว แสดงว่าสตรีเพศเมียของท่านไม่ชอบ วางไว้ในบ้านก็ไร้ค่าเสียเปล่า สู้ขายห้าให้ข้าพันดีกว่า
เฉียวหราน...
อีกฝ่ายเข้าใจว่านางเป็นคนอสูร
--ห้าพันไม่ได้เด็ดขาด เอาอย่างนี้ สองหมื่น ตกลงทันทีเลย
อีกฝ่ายแข็งกร้าวมาก
--ข้าจ่ายได้แค่ห้าพัน
เฉียวหราน
--ไม่ตกลง
นางไม่ขายถูกๆ หรอก
เฉียวหรานคุ้ยหาสมบัติต่อในห้องแต่งตัว ครุ่นคิดหาวิธีเปลี่ยนเป็นเงินทันที
สองชั่วโมงผ่านไป หิวจนตาพร่า ก็ยังคิดวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออก
ส่วนเครื่องประดับและกระเป๋าที่แขวนบนเน็ตมือสองก็ยังไม่มีใครสนใจ
เฉียวหรานกัดฟัน ตอบกลับคนเมื่อกี้ไปว่า
--ท่าน เพื่อนเอ๋ย หมื่นห้าพันได้ไหม
อีกฝ่าย--ข้าบอกแล้ว มีแค่ห้าพัน
เชี่ยเอ๊ย!!
เฉียวหรานอยากจะตบคนจริงๆ
--เออ เก่งนัก ห้าพันก็ห้าพัน
อีกฝ่ายส่งสัญรูปยิ้มมาให้
เฉียวหรานมองสัญรูปนั้น ไฟในใจพลุ่งขึ้นวูบ
แต่เอาเถอะ ใครให้ตอนนี้นางอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากล่ะ
ยุคระหว่างดวงดาวเครือข่ายพัฒนา ระบบขนส่งยิ่งรวดเร็วเหลือเกิน
สิบนาทีต่อมา พนักงานจัดส่งนกเผิงทอง บินมาถึงหน้าบ้านเฉียวหราน
เฉียวหรานลงชั้นล่าง เดินออกไปนอกบ้าน มอบกระเป๋าหนังอสูรคุนหมั่งที่ห่อเรียบร้อยให้นกเผิงทอง
ระหว่างที่พนักงานบันทึกข้อมูลสินค้า กำไลสมองแสงดาวของนางก็ดัง'กรุ๊งกริ๊ง' รับเงินห้าพันดาว
การค้าครั้งนี้แม้จำนนและน่าอึดอัด แต่อย่างน้อยก็มีเงินซื้ออาหารแล้ว
เฉียวหรานเช็คเงินห้าพันในบัญชี ก้าวเดินเบาสบายกลับเข้าบ้าน
ทันใดนั้นนางเห็นตุ๊กตาลูกหมีสีน้ำตาลตัวหนึ่งที่หน้าประตู
ลูกหมีตัวกลมปุกปุย ตาสีดำเหมือนถั่วสองเม็ด จมูกปากก็ดำเช่นกัน
นั่งหงอยอยู่หน้าประตู ราวกับตุ๊กตาหมีขนปุยที่ถูกโยนลงถังขยะ
พอเห็นนาง ลูกหมีตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ แล้วค่อยๆ ขยับตัวถดไปหลบหลังต้นไม้หน้าประตู
เหลือแต่แผ่นหลังคล้ายถุงข้าวห่อใหญ่ให้เฉียวหราน
???
เป็นๆ ไม่ใช่ตุ๊กตา
น่ารักจัง!!
เฉียวหรานกำลังจะเดินเข้าไปถาม เจ้าเป็นใคร
จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
ลูกหมีก็เป็นสามีอสูรของนาง ชื่อเฉิงเหย่
วันแรกที่แต่งงาน เจ้าของร่างเดิมก็รังเกียจรูปลักษณ์ที่ดูน่าเกลียด ไม่อนุญาตให้เขาเข้ามาในบ้าน
ลูกหมีน่าสงสารจึงนั่งอยู่หน้าประตูบ้านนานกว่าหนึ่งเดือน แถมยังไม่ได้รับอาหารสักนิด
เฉียวหราน...
เมื่อกี้นางเช็คบัญชี เห็นข้อมูลการแบ่งปันสินทรัพย์ของสามีอสูรทั้งหกคนกับนางจากเดือนก่อน
วันแต่งงาน สินทรัพย์ทั้งหมดในบัญชีของสามีอสูรทั้งหกคนถูกโอนมาเป็นชื่อของเจ้าของร่างเดิม
ตามกฎเกณฑ์ระหว่างดวงดาว หน้าที่และความรับผิดชอบของสตรีเพศเมีย
หลังแต่งงาน นางต้องจัดสรรทรัพย์สินและอาหารในบ้านอย่างเท่าเทียม และให้การปลอบโยนเวลาสามีอสูรต้องการ
เจ้าของร่างเดิมไม่เคยทำอะไรเลยสักอย่าง ทั้งยังใช้สินทรัพย์ในบ้านจนหมดและทำร้ายเหยียดหยามสามีอสูร
ไม่น่าแปลกใจเลยที่สามีอสูรทนอยู่จนครบสามเดือนช่วงปรับตัวหลังแต่งงาน แล้วยื่นขอหย่าทันที และสังหารนางอย่างโหดเหี้ยม
เฉียวหรานเดินไปตรงหน้าลูกหมี พูดว่า “เจ้าลุกขึ้น”
ลูกหมีตกใจนิดหน่อย ลุกลี้ลุกลนยืนขึ้น ทันใดนั้น'กรุ๊งกริ๊ง' มีขวดสารอาหารเปล่าหลอดหนึ่งหล่นจากหน้าท้องปุกปุย
เฉียวหรานจำได้ นี่คือสารอาหารหลอดหนึ่งที่นางให้อวี้ไป๋เมื่อครู่
ดูท่าว่าสามีอสูรในบ้านจะรักและช่วยเหลือกันดี
ดีมาก เพื่อนร่วมทีมสามัคคีกัน จะได้ทำภารกิจสำเร็จลุล่วง
เฉียวหรานอดกลั้นแรงกระตุ้นที่อยากเข้าไปฟัดลูกหมี เอ่ยว่า “เจ้าไปบอกคนอื่นให้มารวมกันที่ห้องอาหาร เราจะเปิดประชุมครอบครัว”