ดวงตาของเฉียวหรานเป็นประกายแพรวพราว!
“อวี้ไป๋เก่งขนาดนี้เลยเหรอ! เท่สุด ๆ !!
อวี้ไป๋ในความทรงจำของเธอ ยังเป็นเจ้าชายน้อยผู้ว่านอนสอนง่าย ที่เอาแต่รู้สึกน้อยใจและน้อยเนื้อต่ำใจต่อหน้าเธอ เพราะความเร็วในการเลื่อนขั้นตามสามีอสูรคนอื่นไม่ทัน
ตอนนี้อวี้ไป๋สุดยอดเกินไปแล้ว!
ฉือเฟิง: “ก็แค่คู่ต่อสู้อ่อนแอเกินไป”
เฉิงเหย่: “ตั้งนานแล้วนะ ฟันยังไม่ร่วงสักซี่เลย”
เฉียวหราน: ……
อวี้ไป๋ได้ยินเข้า จึงถลึงตาใส่พวกเขา ก่อนจะพูดกับอวี้ลั่วด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ลุกขึ้น มาต่อ”
หรานหรานบอกแล้วว่า ต้องต่อยให้ฟันร่วงเกลื่อนพื้น
อวี้ลั่วลุกขึ้นจากพื้นด้วยความโกรธและอับอาย
เขาไม่เคยคิดเลยจริง ๆ ว่าคนอสูรระดับหกขั้นต้นจะมีการกดขี่ทางจิตวิญญาณที่รุนแรงถึงเพียงนี้ เขายังไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น โล่น้ำก็แตกกระจายเสียแล้ว
เขาหันไปมองเหล่าทหารอสูรโดยสัญชาตญาณ หวังว่าพวกเขาจะช่วยเหลือเขาเหมือนตอนล่าปีศาจ
เหล่าทหารอสูรต่างขมวดคิ้ว
ทหารอสูรหนึ่ง: “ท่านอวี้ลั่ว เขาเป็นแค่ขั้นต้นระดับหกเองนะครับ ท่านออมมือให้หรือเปล่า”
ทหารอสูรสอง: “ท่านอวี้ลั่ว นี่คือการประลองท้าทาย ขอท่านโปรดรับคำท้าอย่างจริงจัง”
ทหารอสูรสาม: “ขอท่านอวี้ลั่วจงนำกระบี่วารีอาวุธประจำกายออกมา อย่าให้วงศ์ตระกูลของราชินีต้องขายหน้า”
อวี้ลั่ว: ฉันไม่ได้ออมมือแม้แต่น้อย ใช้เต็มกำลัง เอาจริงด้วย!! ใครจะไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!!
เขาจำใจต้องกัดฟันสู้ ใช้พลังพิเศษเนรมิตกระบี่วารีคมกริบออกมาเล่มหนึ่ง นี่คืออาวุธที่เขาสร้างขึ้นจากพลังพิเศษหลังจากเลื่อนขั้นเป็นขั้นสูงระดับหกแล้ว
อวี้ลั่วถือกระบี่ พุ่งเข้าแทงอวี้ไป๋ด้วยท่วงท่าเดียวกับที่ใช้จัดการปีศาจนับครั้งไม่ถ้วน
ขณะที่กระบี่ยาวตวัดออกมา รอบกายก็พลันปรากฏกระบี่วารีขนาดเล็กแหลมประดุจเข็มนับไม่ถ้วนปกคลุมหนาแน่น พุ่งเข้าใส่ร่างของอวี้ไป๋พร้อมกัน
