ความตื่นตระหนกและระมัดระวังของเย่หมิงไม่ได้เสแสร้ง มันคือความหวาดกลัวที่ออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ เขาหมอบลงกับพื้น ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง
“เจ้านายขอรับ ข้าผิดไปแล้ว ขอเจ้านายโปรดระงับโทสะ ขอเจ้านายโปรดลงโทษข้าด้วยเถิด”
อวี้ไป๋เปรยว่า “หรานหราน ถ้าเธออยากตีเขา ไม่ต้องลงมือเอง ให้หลินเซียวกับหลินปานช่วยจัดการก็ได้”
หลินเซียวกับหลินปานที่อยู่ด้านนอกกระแอมสองที เตรียมพร้อมจะเข้าไปสั่งสอนเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ ไม่ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...”
เฉียวหรานถึงกับงง รีบประคองเย่หมิงให้ลุกขึ้น “คุณ...คุณลุกขึ้นเร็วเข้า”
เธอแค่อยากแกล้งแหย่เขาเล่น ทำไมเขาถึงกลัวจนเป็นแบบนี้ไปได้
ในสายตาของเย่หมิงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เสียงของเขาสั่นเครือ “ข้าผิดไปแล้วเจ้านาย ข้า...ข้าไม่กล้าทำแบบนั้นอีกแล้ว ได้โปรดอย่าโกรธเลย อย่าทรงรังเกียจข้า...”
“เย่หมิง เย่หมิง...”
เฉียวหรานใช้สองมือประคองใบหน้าของเขา “ฉันไม่ได้โกรธ ฉันเองที่ผิด ฉันจงใจแกล้ง อย่ากลัวไปเลยนะ”
ดวงตาของเย่หมิงแดงเรื่อ ราวกับถูกคนทั้งโลกทอดทิ้ง เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและกระสับกระส่าย “เจ้านาย...เจ้านาย...”
เฉียวหรานไม่รู้ว่าเขาเคยผ่านอะไรมา ถึงได้มีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงเช่นนี้
เพื่อปลอบใจเขา เฉียวหรานจึงพูดว่า “ฉันไม่ได้โกรธจริง ๆ นะ ก็เพราะชอบแกล้งพวกเขาแบบนี้ประจำจนกลายเป็นนิสัยเสีย ฉันยังเคยตีพวกนั้นบ่อย ๆ ด้วยซ้ำ ไม่เชื่อลองดูสิ”
