“นั่นก็เป็นเรื่องหลังจากที่พวกเราย้ายไปแล้ว แล้วตอนนี้คุณมาที่นี่หมายความว่ายังไง?”
ซู่ลิ่งอู๋เห็นสีหน้าภาคภูมิใจของอีกฝ่ายก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที
ถ้าครอบครัวพวกเขาย้ายออกไปแล้ว อีกฝ่ายอยากจะทำอะไรก็ทำ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ไปยุ่ง
แต่ตอนนี้ครอบครัวพวกเขายังอยู่ที่นี่ กว่าจะย้ายออกก็ยังอีกพักใหญ่ นี่ถึงกับมาดูบ้านแล้วเหรอ?
ฟู่หลินชวนเองก็โมโหกับพฤติกรรมของผู้หญิงตรงหน้าอย่างเห็นได้ชัด “กว่าจะถึงวันที่พวกเราย้ายออกยังเหลืออีกหลายวัน ในบ้านมีทั้งของทั้งคน ตอนนี้ไม่สะดวกจริง ๆ คุณดูก็ไม่เห็นอะไร รอพวกเราขนของออกไปหมดแล้วค่อยมาดูเถอะ”
เขารู้ดีว่าภรรยาไม่ชอบพฤติกรรมไร้ขอบเขตของคนแปลกหน้า อย่างน้อยตอนนี้ที่นี่ก็ยังเป็นบ้านของพวกเขา อีกฝ่ายรีบมาถึงขนาดนี้หมายความว่ายังไง อยากไล่ให้พวกเขารีบย้ายไปหรือ?
งานยังส่งมอบไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ ใจร้อนเกินไปแล้ว
พวกเขาก็ไม่ได้สนิทกับเธอ แถมอีกฝ่ายยังพูดจาไม่ค่อยน่าฟัง ถ้ามาเยี่ยมบ้านด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยน ภรรยาของเขาก็คงไม่ต่อต้านขนาดนี้
แต่งงานกันมาสองปี ลูกก็อายุขวบกว่าแล้ว ฟู่หลินชวนรู้ดีว่าซู่ลิ่งอู๋เป็นคนจิตใจดี แต่จะบังคับให้เธอทำอะไรไม่ได้ เพราะเธอดื้อรั้นเอาเรื่อง
เพราะฟู่หลินชวนกำลังจะย้ายไป ตำแหน่งผู้บังคับกองพันจึงเป็นที่หมายตาของหลายคน เดิมทีคิดจะเลื่อนคนจากรองผู้บังคับกองพันสองคนขึ้นมา แต่ไม่คิดว่ารองนายพันตรีเจิ้งจะเสนอชื่อลูกเขยของตนอย่างแข็งขัน ซึ่งก็คือรองผู้บังคับกองพันเหอ
นายพันตรีหลินกับพันเอกหลิวและผู้บังคับบัญชาคนอื่น ๆ พิจารณาว่าช่วงหลายปีมานี้รองนายพันตรีเจิ้งให้ความร่วมมือกับงานของนายพันตรีหลินและพันเอกหลิวมาโดยตลอด อีกทั้งเขากับลูกสาวก็แยกจากกันมาหลายปี การอยากย้ายครอบครัวลูกสาวกลับมาอยู่ใกล้กันก็พอเข้าใจได้ ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถของรองผู้บังคับกองพันเหอก็ไม่เลว ทุกคนจึงปฏิเสธได้ยากและพยักหน้าเห็นด้วย
