ซู่ลิ่งอู๋เห็นท่าทางหวาดหวั่นของซู่ลิ่งถังแล้วก็อดขำไม่ได้
กลางวันแสก ๆ แถมยังเปิดประตูอยู่แบบนี้ พวกเขาสองคนจะทำอะไรกันได้
“ไม่มีตาหรือไง ฉันกับเขาอยู่กันแบบนี้ ดูเหมือนทำอะไรกันอยู่หรือเปล่า?”
“วัน ๆ ไม่ไว้ใจกันขนาดนี้ ก็เอาเขาผูกไว้กับเอวสิ จะไปไหนก็พาไปด้วย!”
ซู่ลิ่งถังเองก็รู้ว่าระหว่างทั้งสองคนไม่มีทางเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่พอเห็นซู่ลิ่งอู๋ยืนอยู่กับกู้เฉินโจว เธอก็รู้สึกประหม่าโดยไม่รู้ตัว
เธอไม่ชอบให้กู้เฉินโจวอยู่กับซู่ลิ่งอู๋ตามลำพังเลย
ถึงซู่ลิ่งอู๋จะแต่งงานแล้ว แถมยังตั้งท้อง ส่วนเธอกับกู้เฉินโจวก็แต่งงานกันแล้วเหมือนกัน แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่มั่นคงอยู่ดี
“ซู่ลิ่งถัง กลับมาได้จังหวะพอดี ฉันจะบอกให้ ความอดทนของฉันมีขีดจำกัด สองวันก่อนเธอไปพูดจาเหลวไหลในบ้านพักรวม แฉเรื่องของบ้านฉันออกไปหมด ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายตั้งมากมาย ถ้าแม่ฉันไม่ห้ามไว้ ฉันคงมาจัดการเธอตั้งนานแล้ว!”
ซู่ลิ่งอู๋ยกมือชี้หน้าซู่ลิ่งถัง “ฉันมาที่นี่เพื่อเตือนเธอ อย่าคิดว่ามีเด็กอยู่ในท้องแล้วฉันจะไม่กล้าแตะต้องเธอ ซู่ลิ่งถัง เลิกคิดแผนสกปรกได้แล้ว!”
“เสแสร้ง!”
ตอนเดินจากไป เธอชนไหล่ซู่ลิ่งถังเข้าอย่างจัง
ซู่ลิ่งถังเซถลา ถอยหลังไปสองก้าวกว่าจะยืนได้มั่นคง
ซู่ลิ่งอู๋ถลึงตามองซู่ลิ่งถังอย่างดุดัน ก่อนเดินจากไปด้วยฝีเท้าฉับไว
ซู่ลิ่งถังเงยหน้ามองกู้เฉินโจว เขายืนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาหลุบต่ำจนมองสีหน้าไม่ออก ซู่ลิ่งถังเริ่มลนลาน
ที่ผ่านมาเธอรักษาภาพลักษณ์อ่อนโยน ใจกว้าง และมีเมตตาไว้ต่อหน้ากู้เฉินโจวมาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลับถูกซู่ลิ่งอู๋เปิดโปงเสียแล้ว
เธอรวบรวมความกล้า เดินไปหากู้เฉินโจวแล้วยื่นมือไปจับมือเขา แต่เขากลับหลบอย่างไม่ไยดี
“เฉินโจว... ฉัน...”
“ซู่ลิ่งถัง อย่าทำเรื่องแบบนี้อีกเลย มันน่าเกลียด”
พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องพยาบาลไป ตอนนี้เขาอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว
ซู่ลิ่งถังเดินอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงคนไข้
