ซู่ลิ่งถังได้ยินกู้เฉินโจวพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงหนักหน่วงเช่นนี้เป็นครั้งแรก ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา “ขะ...ขอโทษ”
“เฉินโจว ฉันแค่...อยากสร้างความประทับใจดี ๆ ให้พี่สะใภ้ทั้งสองคน ฉันไม่คิดเลยว่าจะ...เกิดผลร้ายแรงขนาดนี้”
ตอนนี้ซู่ลิ่งถังก็เสียใจแล้ว เธอไม่น่ามาบ้านพักครอบครัวทหารเลย ซู่ลิ่งอู๋คงข่มเธอจริง ๆ
ถ้าไม่มา เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นใช่ไหม
ซู่ลิ่งถังลืมไปสนิทว่า ที่เรื่องกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเธอเองอยากเอาชนะซู่ลิ่งอู๋ จึงจงใจทำงานมากขึ้นเพื่อขับให้ซู่ลิ่งอู๋ดูขี้เกียจ
โชคดีที่เด็กยังปลอดภัย ไม่อย่างนั้น...
ซู่ลิ่งถังจับชายเสื้อของกู้เฉินโจวไว้แน่น ที่นี่เธอเหลือเขาเพียงคนเดียวแล้ว
“ขอโทษนะ”
“ฉันสัญญาว่าจากนี้จะพักครรภ์อยู่ในห้องเยี่ยมไข้ให้ดี ไม่ขยับไปไหน จะกลับก็ต่อเมื่อร่างกายแข็งแรงแล้ว”
“เฉินโจว เดิมทีฉันอยากทำให้คุณประหลาดใจ เลยไม่ได้บอกคุณล่วงหน้า ไม่คิดเลยว่าแค่ทำงานนิดหน่อยก็จะ... คงเป็นเพราะตอนอยู่บ้านเหนื่อยเกินไป”
พอกู้เฉินโจวนึกถึงตอนที่ซู่ลิ่งถังเกือบทำลูกหลุด เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอช่างโง่จริง ๆ ยังไม่ทันได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านพักครอบครัวทหาร ก็เริ่มทำงานเสียแล้ว แถมยังทุ่มแรงเต็มที่อีก
ภรรยาพันเอกบอกเขาแล้วว่าซู่ลิ่งถังยืนกรานจะช่วยทำงาน ห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง
เธอไม่รู้หรือว่าตัวเองตั้งครรภ์อยู่ ต้องระวังให้มากหน่อยสิ
ซู่ลิ่งอู๋ยังรู้จักอยู่บ้าน ไม่ออกมาอวดตัวไปทั่ว ส่วนเธอกลับทำตัวเองจนเกือบแท้ง
แต่พอได้ยินว่าเธอเหนื่อยจากการทำงานในบ้าน เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย เขารู้นิสัยแม่ของตัวเองดี ภาระทั้งบ้านตกอยู่บนบ่าของซู่ลิ่งถังคนเดียว เธอเองก็ลำบากไม่น้อย เขาจึงเดินเข้าไปกอดเธอไว้
“ช่วงนี้เธอพักอยู่ในห้องเยี่ยมไข้ให้ดีเถอะ ฉันจะเอาข้าวมาให้ เรากินด้วยกัน รอให้ร่างกายเธอดีขึ้นค่อยกลับ ที่บ้านมีเรื่องตั้งมากมาย เธอลำบากแล้ว”
