คนในบ้านพักครอบครัวทหารรู้ว่าก่อนซู่ลิ่งอู๋จากไป เธอขายของทุกอย่างในราคาถูก แถมยังแจกจ่ายให้คนอื่นไปไม่น้อย เจิ้งเสี่ยวยวี่ไม่ได้อะไรติดมือไปสักอย่าง ทุกคนต่างก็พากันสะใจ
ใคร ๆ ก็ไม่ใช่คนโง่ จะดูแผนการของตระกูลเจิ้งไม่ออกได้อย่างไร
อยากเอาเปรียบคนอื่น แต่ไม่อยากควักเงินเพิ่ม ก็เลยแกล้งหูหนวกตาบอดมาตลอด คราวนี้เป็นอย่างไรล่ะ อีกฝ่ายไม่เหลือแม้แต่ต้นหญ้าให้ แถมยังขนมูลในส้วมไปให้คนอื่นใช้เป็นปุ๋ยอีกต่างหาก
ลานบ้านที่เดิมทีดูดีอยู่แล้ว ตอนนี้กลับคืนสู่สภาพเดิม
ส่วนข้าวของในบ้านของซู่ลิ่งอู๋ ตอนนี้ถูกขนย้ายไปอยู่ตามบ้านต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว หลายคนเห็นว่าบ้านนั้นมีโต๊ะหินกับเก้าอี้หินแบบเดียวกัน บ้านนี้มีเฟอร์นิเจอร์แบบเดียวกัน บ้านโน้นมีเครื่องทำความร้อนเพิ่มขึ้น ส่วนสวนผักของอีกบ้านก็มีอิฐแดงเพิ่มขึ้นอีกหลายก้อน...
เจิ้งเสี่ยวยวี่โกรธจนขว้างของในบ้านแตกกระจาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่หายแค้น
สุดท้ายยังโดนพ่อแท้ ๆ ของตัวเองตำหนิอีก ว่าเธอจัดการเรื่องไม่เป็น ทำให้เขาต้องพลอยขายหน้าไปด้วย
ตอนนายพันตรีหลินได้ยินข่าวนี้ เขาถึงกับหัวเราะออกมา
ซู่ลิ่งอู๋นี่นะ ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบแม้แต่น้อยจริง ๆ
“เรื่องนี้คุณรู้มานานแล้วเหรอ” นายพันตรีหลินหันไปมองพันเอกหลิว
พันเอกหลิวลูบจมูกอย่างกระอักกระอ่วน เขาเองก็ไม่คิดว่าภรรยาของตัวเองจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย คนที่ติดต่อซื้อของทั้งหมดคือเธอ แม้แต่บ้านเขาก็ยังได้ตู้มาเพิ่มสองใบ แถมยังมีอุปกรณ์อาบน้ำด้วย พูดไปแล้วก็ใช้ดีจริง ๆ ฟู่หลินชวนเจ้าหนุ่มนี่รู้จักใช้ชีวิตเสียจริง
