คำพูดของเมียรองผู้บังคับกองพันมั่วพอหลุดออกมา สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปทันที
คำพูดนี้ไม่เพียงเสียดสีซู่ลิ่งอู๋ แต่ยังสื่อว่าบ้านของซู่ลิ่งอู๋ตกแต่งดีกว่าบ้านผู้พันเอกใหญ่เสียอีก
เป็นไปตามคาด พอเมียนายพันตรีหลินได้ยินก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาจริง ๆ
ซู่ลิ่งอู๋เงยหน้ามองจางหมิน เมียรองผู้บังคับกองพันมั่วแวบหนึ่ง นี่ออกหน้าปกป้องเมียผู้กองจี้สินะ
“พี่สะใภ้ ไหนบอกว่ายังไม่ได้ดื่มไงคะ เมาเสียแล้วหรือ”
“พี่สะใภ้เคยมาบ้านฉันหรือคะ ถึงได้บอกว่าบ้านฉันพิถีพิถันกว่าบ้านผู้พันเอกใหญ่ คำพูดนี้หมายความว่าบ้านผู้พันเอกใหญ่ไม่ประณีต ไม่สวยงามอย่างนั้นหรือคะ”
“คุณ!”
ตอนนี้จางหมินก็รู้ตัวแล้วว่าพูดผิด จึงหันไปหาเมียนายพันตรีหลิน “พี่สะใภ้ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นค่ะ”
“แล้วเธอหมายความว่าอะไรล่ะ”
“ตั้งใจยุแยงให้คนอื่นแตกคอกันหรือไง!”
ซู่ลิ่งอู๋เพียงยิ้มมองจางหมินอยู่เช่นนั้น
จางหมินจะกล้ายอมรับได้อย่างไร เธอตั้งใจทำให้เมียนายพันตรีหลินไม่พอใจจริง ๆ เมียผู้กองคนหนึ่งแต่งบ้านดีกว่าบ้านผู้พันเอกใหญ่ แบบนี้มันสมควรหรือ!
“ฉันเปล่านะ!”
ซู่ลิ่งอู๋หุบยิ้มแล้วกวาดตามองห้องอย่างจริงจัง “พี่สะใภ้พูดแบบนี้ฉันไม่ยอมหรอกค่ะ ฉันว่าบ้านของผู้พันเอกใหญ่ต่างหากที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ทุกซอกทุกมุม ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านด้วย ดูของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยพวกนี้สิคะ สวยมากเลย เห็นปุ๊บก็รู้ว่าพี่สะใภ้เป็นคนรักชีวิต”
“พี่สะใภ้ว่าง ๆ ก็สอนฉันบ้างนะคะ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย รู้แค่ว่าซื้อเฟอร์นิเจอร์ให้เยอะหน่อย จะได้ไม่ต้องวางของเกะกะข้างนอก บ้านจะได้ดูเป็นระเบียบขึ้น”
“ฉันคิดว่าในอนาคตถ้ามีลูก ข้าวของก็คงยิ่งเยอะ วางไว้ข้างนอกคงดูไม่สวย เลยแค่อยากมีที่เก็บของเท่านั้นเอง ไม่คิดเลยว่าทุกคนจะเข้าใจฉันผิดไปขนาดนี้!”
ซู่ลิ่งอู๋พูดเพียงไม่กี่ประโยคก็ยกยอผู้พันเอกใหญ่เสียจนลอยสูง ทั้งยังปัดข้อกล่าวหาว่าเธอเป็นคนพิถีพิถันเกินเหตุออกไปได้อย่างงดงาม
