“บ้านอะไร?”
ซู่อู๋ถูกตู้ลี่เจวียนถามจนงุนงง
“ก็บ้านที่เด็กคนนั้นซื้อให้สวีเหมยลี่ไง ถ้าสวีเหมยลี่ตามลูกสาวไปพำนักที่ค่าย บ้านหลังนั้นก็ว่างไม่ใช่หรือ!”
“อืม แล้วไง?”
“มันเกี่ยวอะไรกับพวกเรา!”
“คุณนี่ช่างไร้เหตุผลจริง ๆ!”
ซู่อู๋ล้างหน้าแล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดให้แห้ง ไม่เข้าใจความคิดของผู้หญิงเลย เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับพวกเขาด้วย
เห็นซู่อู๋หัวแข็งไม่ยอมเข้าใจ ตู้ลี่เจวียนก็โมโห “ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะ!”
“คุณเป็นพ่อแท้ ๆ ของเธอนะ!”
“มีวาสนาอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้จักเสวยสุข!”
“คุณเลี้ยงเธอมาจนโต ตอนนี้เธอซื้อบ้านให้แม่แท้ ๆ แล้ว ทำไมถึงไม่รู้จักซื้อบ้านให้พ่อแท้ ๆ อย่างคุณอยู่บ้างล่ะ จะได้ไม่ต้องอุดอู้อยู่ในบ้านซอมซ่อแบบนี้ บ้านในเมืองนั่นเป็นบ้านอิฐมุงกระเบื้องนะ ฉันเห็นกับตาแล้ว เป็นบ้านสามห้องทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ดูแข็งแรงเรียบร้อย ข้างในยังมีบ่อน้ำ ตักน้ำก็สะดวก ด้านหน้ายังมีลานบ้านอีกด้วย”
“พอดีสวีเหมยลี่จะไปแล้ว ไม่ได้ใช้บ้าน เราก็ย้ายเข้าไปอยู่ได้ บ้านทั้งหลังจะปล่อยว่างไว้ได้ยังไง!”
ซู่อู๋ยื่นมือไปแตะหน้าผากตู้ลี่เจวียน “ก็ไม่ได้เป็นไข้นี่ ทำไมถึงพูดจาเหลวไหลอยู่ได้!”
“เพียะ!” ตู้ลี่เจวียนปัดมือซู่อู๋ออก
“ฉันเหลวไหลตรงไหน บ้านหลังนั้นปล่อยว่างก็ว่างอยู่แล้ว คุณเป็นพ่อแท้ ๆ ของเธอ เข้าไปอยู่แล้วจะมีปัญหาอะไร!”
ตู้ลี่เจวียนเห็นบ้านหลังนั้นแค่ครั้งเดียวก็ชอบทันที
เธอฝันอยากมีบ้านในเมืองสักหลังมาตลอด
