“คิดว่าพอแซ่หลิวแล้วจะเกี่ยวข้องอะไรกับบ้านหลังนี้ได้หรือไง!”
“บ้านหลังนั้นเป็นบ้านของอาจารย์ฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับญาติห่าง ๆ ที่แทบไม่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างพวกคุณเลย พวกคุณมีหน้าอะไรมาขอบ้านจากอาจารย์ฉัน”
“แล้วก็คุณยาย คุณเป็นผู้หญิงที่แต่งงานออกไปแล้ว แถมอายุมากจนดินกลบไปครึ่งตัว ยังจะมายุ่งเรื่องของหลานชายของพี่ชายตัวเองอีก ลูกชายกับหลานชายของคุณแซ่หลิวหรือไง ถึงได้มาสอดมือยุ่งเรื่องนี้”
“ถ้าฉันเดาไม่ผิด ตอนนั้นครอบครัวคุณคงทำเรื่องอะไรไว้แน่ ๆ ขอเดาดูนะ คุณตัดขาดความสัมพันธ์กับพี่ชายตัวเองโดยอ้างว่าเห็นแก่ส่วนรวมหรือว่าแอบใส่ร้ายรายงานพี่ชายแท้ ๆ จนทั้งครอบครัวเดือดร้อนกันแน่”
ซู่ลิ่งอู๋พูดจบ หญิงชราแทบจะเป็นลม เพราะทุกอย่างที่ซู่ลิ่งอู๋พูดล้วนถูกต้องหมด
“จิ้งเหอ คุณ...”
“คุณจะยกบ้านหลังนั้นให้คนนอกจริง ๆ เหรอ เธอก็แค่เด็กสาวคนหนึ่ง รอจนหลอกเอาบ้านกับทรัพย์สินเงินทองของคุณไปจนหมดแล้ว ก็ต้องไม่ยอมเลี้ยงดูคุณตอนแก่แน่ ถึงตอนนั้นคุณจะลำบากมาก”
หลิวจิ้งเหอมองญาติที่อ้างตัวอยู่ตรงหน้าอย่างเย็นชา “ยังกล้าเรียกตัวเองว่าญาติอีกหรือไง เรื่องที่พวกคุณทำไว้ตอนนั้น ลืมไปเร็วขนาดนี้เชียวหรือ”
“ฉันยอมเชื่อศิษย์ที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน ยังดีกว่าเชื่อพวกคุณอีก ตระกูลหลิวตกต่ำมาถึงทุกวันนี้ พวกคุณก็มีส่วน ฉันไม่แก้แค้นพวกคุณก็นับว่าดีแค่ไหนแล้ว ยังกล้ามาคิดจะเอาทรัพย์สินของฉันอีก คิดว่าฉันเป็นตุ๊กตาดินปั้น ไม่มีอารมณ์โกรธเลยหรือไง!”
เมื่อเห็นความเกลียดชังในดวงตาของหลิวจิ้งเหอ ครอบครัวป้าทวดก็กลัวจนถอยหลังไปหลายก้าว “ตะ...ตอนนั้นพวกเราก็ไม่มีทางเลือก เราไม่ได้อยาก...”
