ลู่หนิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ จ้องภาพเหล่าหัวหน้ามาเฟียที่กำลังวางอำนาจบนหน้าจอด้วยสายตาเย็นชา
ในดวงตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงจิตสังหารเฉียบคมที่หล่อหลอมขึ้นท่ามกลางกองซากศพและทะเลเลือด
“สถานที่ที่มีการป้องกันแน่นหนาแค่ไหนก็ยังต้องใช้คนเฝ้า ตราบใดที่เป็นคน ก็ต้องมีจุดบอด”
ลู่หนิงมองจุดอ่อนในแผนผังการวางกำลัง แผนบุกโจมตีอย่างบ้าบิ่นก็ผุดขึ้นในหัวอย่างรวดเร็ว
แผนนี้ไม่มีลูกเล่นทางยุทธวิธีอะไรทั้งนั้น มีแต่การถล่มด้วยอำนาจการยิงล้วน ๆ
“หวังปิน จำพิกัดทุกจุดบนแผนที่ไว้ให้ดี”
ลู่หนิงชี้ไปยังอาคารที่ดูไม่สะดุดตาหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรทางด้านขวาของหน้าจอ
“เช้ามืดวันนี้ นายขับรถกระบะไปที่นั่น ตัดกระแสไฟกับสายสื่อสารภายนอกของคลับ”
หวังปินขยับเข้ามาใกล้ จ้องแผนที่เขม็งแล้วพยักหน้าแรง ๆ จดจำเส้นทางลงในหัว
“พวกมาเฟียพึ่งพาระบบป้องกันอิเล็กทรอนิกส์ไฮเทคชุดนี้มากเกินไป”
ลู่หนิงอธิบายรายละเอียดภารกิจต่อ
“พอไฟดับ ระบบไฟสำรองของคลับจะใช้เวลาประมาณ 10 วินาทีกว่าจะเริ่มทำงาน
ช่วงเวลามืดสนิท 10 วินาทีนั่นแหละ คือจังหวะทองที่เราจะลงมือ”
“แต่พี่หนิง แล้วพวกมือซุ่มยิงที่อยู่รอบนอกล่ะ จะจัดการยังไง”
หวังปินถามถึงข้อสงสัยที่อันตรายที่สุด
“ถึงไฟดับ พวกมือซุ่มยิงนั่นก็ต้องมีแว่นมองกลางคืนอยู่ดี”
“มือซุ่มยิงรอบนอกฉันจัดการเอง”
