กระทั่งอวิ๋นซูส่งเสียงครางอย่างไม่พอใจออกมา “โต๊ะทำงานแข็งจังเลยค่ะ”
ฉินเยี่ยนจิงจึงดึงสติกลับมาได้ในที่สุด เขากดความปรารถนาอันร้อนแรงที่กำลังปั่นป่วนเอาไว้ แล้วกลับคืนสู่ความสุขุมเยือกเย็นเช่นเคย
เขาทำไม่ได้
อย่างน้อยตอนนี้ก็ทำอะไรกับเธอในห้องทำงานไม่ได้
แม้สถานที่แห่งนี้จะเร้าใจ แต่ก็เรียบง่ายเกินไปจริง ๆ นี่เท่ากับทำให้อวิ๋นซูต้องลำบาก ทั้งยังเป็นการทำให้ภรรยาของเขาต้องลำบากด้วย
ฉินเยี่ยนจิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบลมหายใจที่รวนเรเมื่อครู่ จากนั้นจึงยื่นมือไปจัดรอยยับบนเสื้อผ้าของอวิ๋นซูอย่างใจเย็น จนไม่มีใครมองออกถึงความผิดปกติแม้แต่น้อย
สุดท้ายสายตาก็หยุดอยู่บนริมฝีปากอวบอิ่มชุ่มฉ่ำที่ถูกจูบจนแดงระเรื่อของหญิงสาว บนนั้นยังคงมีร่องรอยที่เขาทิ้งไว้ ฉินเยี่ยนจิงก้มหน้าลง ลูกกระเดือกขยับ เขาประคองคางเธอไว้ ก่อนแนบริมฝีปากลงไป คลอเคลียจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลบร่องรอยที่ตนทิ้งไว้จนหมดจด แล้วจูบเธออีกครั้งถึงค่อยผละออกอย่างเย็นชาและอดกลั้น
“ตอนนี้ยังถือว่าผิดสัญญาอยู่ไหมครับ?”
“ไม่ค่ะ” มือของอวิ๋นซูยังจับเนกไทเขาไว้ หางตาเจือแววพึงพอใจ “จูบได้สะใจมากเลยค่ะ”
เพียงประโยคเดียว ลมหายใจที่ฉินเยี่ยนจิงเพิ่งจะสงบลงได้ก็กลับปั่นป่วนรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
เขายื่นมือไปลูบแก้มนุ่มของอวิ๋นซู ดวงตาดำสนิทหม่นลงเล็กน้อย
“ชอบเหรอครับ?”
อวิ๋นซูเอียงหน้าเล็กน้อย จูบลงบนฝ่ามือเขา แล้วจึงเงยหน้าขึ้น ดวงตาโค้งหยีขณะเอ่ยว่า “ชอบค่ะ”
ทันทีที่สบตากัน ฉินเยี่ยนจิงก็*แล้ว
