(หมายเหตุ: เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกคู่ขนาน)
………………
………………
“อืม?”
“นี่มันอะไร?”
“นุ่มจัง สบายมาก…”
เฉินอินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ สิ่งแรกที่เห็นคือโคมระย้าคริสตัลสวยงามบนเพดาน
“เชี่ย!”
นี่มันที่ไหนวะ?!
สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยทำให้เฉินอินระแวดระวังขึ้นมาทันที เขาหันหน้าไปมองโดยไม่รู้ตัว
แต่ในวินาทีต่อมา ดวงตาของเฉินอินก็เบิกกว้าง!
ใต้ผ้าห่มบาง ๆ ที่ใช้คลุมตัว มีหญิงสาวงดงามล่มเมืองนอนอยู่คนหนึ่ง
ใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วน ผิวขาวเนียนดุจหยก จมูกโด่งเป็นสัน
ริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มเผยอเล็กน้อย ชวนให้ใจสั่นอย่างยิ่ง
ผ้าห่มเลื่อนลงไปถึงหน้าท้อง เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่ถูกโอบรัดด้วยบราสีฟ้าอ่อน ขยับไหวแผ่วเบาตามจังหวะลมหายใจสม่ำเสมอ
ส่วนมือของเขากำลังวางอยู่บน…
เชี่ย!
เฉินอินตัวสั่น รีบชักมือออกจากร่างหญิงสาว
แต่ก็ยังอดมองอีกสองครั้งไม่ได้
ว่าไปแล้ว เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ดี!
เธอคือเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของเขา ไป๋ซูเยว่ หนึ่งในดาวมหาวิทยาลัยที่ทุกคนยอมรับ
ตอนนั้นเอง เฉินอินนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงก้มลงเปิดผ้าห่มดู
ยังดี กางเกงในยังอยู่
เฉินอินอดถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้
ต้องรู้ไว้ว่าไป๋ซูเยว่ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมชั้นของเขา แต่ยังเป็นคู่หมั้นของคนอื่นด้วย!
ส่วนคู่หมั้นของเธอ เฉินอินก็รู้จัก เขาเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเหมือนกัน เป็นทายาทเศรษฐีชื่อดังของห้องอย่างจ้าวจื่อเผิง!
แม้ทั้งคู่จะไม่ได้มีอะไรกัน แต่การนอนอยู่บนเตียงเดียวกันโดยสวมแค่ชุดชั้นใน…
ถ้ามีใครมาเห็นเข้า ก็คงอธิบายให้กระจ่างไม่ได้แน่
“ทำไมฉันถึงมานอนอยู่ที่นี่?”
เฉินอินตบแก้มตัวเองเบา ๆ พลางนึกย้อนถึงเรื่องเมื่อคืน
เมื่อคืนเป็นงานเลี้ยงฉลองเรียนจบที่ทั้งห้องจัดขึ้น จ้าวจื่อเผิงติดธุระเลยไม่ได้มา
ตอนกินเลี้ยง เฉินอินบังเอิญได้นั่งข้างไป๋ซูเยว่พอดี
ทั้งคู่คุยกันไปคุยกันมา ถึงรู้ว่าบ้านเช่าของเฉินอินอยู่ใกล้บ้านไป๋ซูเยว่มาก
ดังนั้นพอกินเลี้ยงเสร็จ เฉินอินจึงนั่งรถคันเดียวกับไป๋ซูเยว่กลับบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย
จากนั้นไป๋ซูเยว่ก็เชิญเฉินอินเข้าบ้านอย่างมีมารยาทเพื่อดื่มน้ำสักแก้ว
แล้วหลังจากนั้น เฉินอินก็จำอะไรไม่ได้อีก…
“บ้าจริง! เหล้าทำเอาเสียเรื่องหมด!”
ขณะนั้นเอง ขนตาของหญิงสาวข้างกายก็ไหวเล็กน้อย
“อืม…”
เธอค่อย ๆ ลืมตาคู่งามขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะสบเข้ากับสายตากระอักกระอ่วนของเฉินอิน
ทั้งคู่มองตากัน
บรรยากาศเงียบงันไปสามวินาที
จากนั้นไป๋ซูเยว่ก็เบิกตากว้าง พร้อมกรีดร้องเสียงดัง
“อ๊าย! นายทำอะไรฉัน?!”
“เชี่ย จะร้องเสียงดังทำไม!”
เฉินอินร้อนใจขึ้นมาทันที ทำไมสถานการณ์ถึงดูเหมือนเขาขืนใจเธอไปได้ล่ะ
“ดูตัวเองก่อนสิ เธอยังใส่ชุดชั้นในอยู่เลย!”
พอได้ยินดังนั้น ไป๋ซูเยว่ก็แง้มผ้าห่มบาง ๆ ขึ้นเล็กน้อย แล้วก้มมองตัวเอง
สีหน้าของเธอผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่นานแก้มทั้งสองข้างก็แดงระเรื่อขึ้นมา
“เฉินอิน ไอ้คนสารเลว! เสื้อผ้าฉันอยู่ไหน?! นายเป็นคนถอดใช่ไหม?!”
ไป๋ซูเยว่ตวาดใส่เขา
“ฉันก็อยากถามเธอเหมือนกัน!”
เฉินอินร้องประท้วงเสียงดัง “เสื้อผ้าฉันก็หายไปเหมือนกัน!”
พูดจบเขาก็กระชากผ้าห่มออก เผยให้เห็นรูปร่างกำยำที่สวมเพียงกางเกงในทรงบ็อกเซอร์
“อ๊า! นายมันคนลามก!”
ไป๋ซูเยว่รีบยกมือปิดตา
ต้องรู้ไว้ว่าเฉินอินตัวสูงใหญ่ แถมยังใส่ใจออกกำลังกายอยู่เสมอ รูปร่างของเขาจึงดีเป็นอันดับต้น ๆ
แม้จะเทียบกับนักเพาะกายอาชีพไม่ได้ แต่กล้ามหน้าท้องแปดลอนก็เป็นของจริง
เห็นเธอปิดตา เฉินอินก็รีบลงจากเตียงไปสวมเสื้อผ้า
“เอาละ ๆ ยังไงเราทั้งคู่ก็ใส่กางเกงในอยู่ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก สบายใจได้”
เฉินอินพูดพลางแต่งตัว “ส่วนฉันมานอนเตียงเดียวกับเธอได้ยังไง เรื่องนี้ฉันจำไม่ได้จริง ๆ เมื่อคืนเธอจำอะไรได้บ้างไหม?”
ไป๋ซูเยว่แง้มมือออกเล็กน้อย พอเห็นเฉินอินแต่งตัวเรียบร้อยแล้วจึงลดมือลง ก่อนถามกลับอย่างฉุนเฉียว
“ฉันจะไปจำได้ยังไง? นายคิดว่าฉันถอดเสื้อผ้านายแล้วอุ้มนายขึ้นเตียงฉันหรือไง?!”
เฉินอินโบกมือ “ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น แค่รู้สึกแปลก ๆ เมื่อคืนก็ดื่มไม่เยอะนี่นา ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้เลย?”
ไป๋ซูเยว่แค่นเสียง “ใครจะไปรู้ว่าเป็นแผนจัดฉากของใครบางคนหรือเปล่า?”
“นี่ ๆ อย่ามากล่าวหากันส่งเดชสิ”
“ใครจะรู้ล่ะ!”
ไป๋ซูเยว่เหลือบมองไปทางอื่น “ก็ฉันสวยขนาดนี้ นายคิดไม่ซื่อขึ้นมาก็ไม่แปลกหรอก”
เฉินอินไม่สนใจเธอ แต่งตัวเสร็จก็เดินไปทางประตู
“นายจะไปไหน?!”
เสียงของไป๋ซูเยว่ดังมาจากด้านหลัง
“กลับบ้านสิ” เฉินอินตอบโดยไม่หันกลับไปมอง
ใครจะคิดว่าพอได้ยินดังนั้น ไป๋ซูเยว่จะเดือดดาลขึ้นมาทันที “ไอ้คนสารเลว! นายนอนกับฉันแล้วจะไม่รับผิดชอบหรือไง?!”
“ก็บอกแล้วไงว่าเราไม่ได้มีอะไรกัน จะให้ฉันรับผิดชอบเรื่องอะไร?” เฉินอินร้อนใจจนต้องหันกลับไปมองเธอ
แต่กลับเห็นดวงตาของไป๋ซูเยว่แดงก่ำ “คนสารเลว…ทำกับฉันถึงขนาดนี้แล้วยังบอกว่าจะไม่รับผิดชอบอีกเหรอ?”
“เดี๋ยวก่อน คุณหนู เราทำอะไรกันถึงขนาดไหน?”
เฉินอินทั้งโมโหทั้งขำ “ก็แค่นอนเตียงเดียวกันไม่ใช่เหรอ? มันจะเป็นอะไรไป? ฉันยังไม่ได้สอดใส่เข้าไปจริง ๆ สักหน่อย…”
เฉินอินพูดยังไม่ทันจบก็หยุดกึก
เพราะเขาเห็นว่าน้ำตาเอ่อคลอเต็มดวงตาคู่งามของไป๋ซูเยว่ ราวกับอีกไม่กี่วินาทีก็จะไหลออกมา
“แค่ก ๆ…เอาเป็นว่าเรื่องนี้ถือเป็นอุบัติเหตุ เธออย่าเก็บไปคิดมากเลย”
เฉินอินพูดอย่างกระอักกระอ่วนจบก็หันหลังเดินจากไป
“กึก”
ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง
ในที่สุดน้ำตาของไป๋ซูเยว่ก็ไหลพรากลงมาไม่ขาดสาย
“เฉินอิน นายมันสารเลว!”
เสียงด่าของไป๋ซูเยว่ดังมาจากในห้อง แต่เฉินอินคร้านจะสนใจแล้ว ตอนนี้เขาแค่อยากรีบออกไปจากที่นี่
ก็เช้าตรู่ขนาดนี้แล้ว ชายหญิงอยู่ด้วยกันตามลำพังในห้อง
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงคนนี้ยังมีคู่หมั้นอยู่ด้วย ถ้าเรื่องแพร่ออกไป ชื่อเสียงบริสุทธิ์ของเขาคงป่นปี้หมดพอดี
แต่ขณะที่เฉินอินเดินไปถึงโถงทางเข้า ก็มีเสียงสนทนาของชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งกับชายหนุ่มดังมาจากนอกประตู!
ที่สำคัญคือเสียงของชายหนุ่มคนนั้นฟังคุ้นหูมาก!
เป็นจ้าวจื่อเผิง คู่หมั้นของไป๋ซูเยว่นั่นเอง!
…………
…………
(นักเขียนหน้าใหม่ ฝากผลงานเรื่องใหม่ไว้ในชั้นหนังสือด้วยนะ!)
