ไป๋ซูเยว่ได้ยินเสียงจึงเดินออกมาจากห้อง “มีอะไรหรือคะแม่?”
เสิ่นเหมยหยิบเอกสารฉบับนั้นออกมาจากกระเป๋าด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“ดูสิ นี่แหละผู้ชายที่ลูกถูกใจ!”
ไป๋ซูเยว่รับกระดาษแผ่นนั้นมาอย่างงุนงง ยิ่งอ่านดวงตาก็ยิ่งเบิกกว้าง
“ไม่ใช่นะแม่ หนูกับเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันอยู่แล้ว!”
เสิ่นเหมยหัวเราะเย็นชา “หึ ๆ ยังจะปฏิเสธอีก เขารับเงินไปแล้ว!”
“เขา...”
ไป๋ซูเยว่ชะงักค้างอยู่กับที่ จนพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ก็จริง เขารับเงินไปได้ยังไงกัน!
ทั้งยังเขียนไว้ด้วยว่าจะตัดขาดจากไป๋ซูเยว่โดยสิ้นเชิงนับจากนี้ และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานของเธอเด็ดขาด
หากผิดสัญญา จะต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็น 10 เท่า!
ไป๋ซูเยว่โมโหจนกัดฟันกรอด หมุนตัวจะเดินกลับเข้าห้องนอน
“เฮ้อ เยวี่ยเยวี่ย อย่าโกรธเลย ผู้ชายที่เห็นแก่เงินแบบนี้แต่แรกก็ไม่คู่ควรกับลูกแล้ว เชื่อแม่นะ เดือนหน้าก็ไปหมั้นกับจื่อเผิงดี ๆ ล่ะ”
เสิ่นเหมยตะโกนไล่หลัง
แต่ไป๋ซูเยว่ไม่ฟังเลยสักนิด พอเข้าห้องก็ปิดประตูดังปังอย่างแรง
เมื่อเห็นดังนั้น มุมปากของเสิ่นเหมยก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มมั่นใจ
“เยวี่ยเยวี่ย แม่ทำไปก็เพื่ออนาคตของลูกทั้งนั้น แยกกันตอนนี้ยังดีกว่าถูกหลอกจนไม่เหลืออะไรในภายหลัง”
……
อีกด้านหนึ่ง
หลังเดินเข้าห้องนอนของตัวเอง ไป๋ซูเยว่ก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเข้าแอปคิวคิว
จากนั้นก็หาไอคอนของเฉินอินแล้วส่งข้อความไปหา 【ว่างไหม?】
ตอนนั้นเฉินอินกำลังฝากเงินอยู่ที่ตู้เอทีเอ็ม พอได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังติ๊ง เขาก็หยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นข้อความจากไป๋ซูเยว่
เฉินอินเหลือบมองแล้วไม่ได้ตอบ
ส่วนหนึ่งเพราะขี้เกียจตอบ อีกส่วนเพราะตอนนี้เขายังอยู่นอกบ้าน ยุคนั้นค่าอินเทอร์เน็ต 3จี ยังแพงมาก
