หลังจากร่างสัญญาหย่าปรากฏขึ้น สิ่งที่เสิ่นหนานซิงรับมือได้ยากที่สุดไม่ใช่บ้าน และไม่ใช่เงินชดเชย
แต่คือลูก
เธอบอกตัวเองได้ว่าความเป็นจริงไม่เอื้ออำนวย บอกตัวเองได้ว่าให้เอาชีวิตรอดก่อน บอกตัวเองได้ว่ารอให้รายได้มั่นคงแล้วค่อยไขว่คว้าเวลาดูแลมากขึ้น แต่ทุกครั้งที่เซี่ยวเป่ากอดเอวเธอพลางเรียกแม่ ต้าเป่ายื่นสมุดเขียนความเรียงให้เธอดู ในใจเธอก็ยังคงเกิดความเจ็บปวดราวกับหายใจไม่ออก
เธอไม่ได้ไม่ต้องการพวกเขา
แต่ประโยคในสัญญาที่ว่า “บุตรทั้งสองให้ฝ่ายชายเป็นผู้เลี้ยงดู” เปรียบเสมือนตราประทับเย็นเยียบ ประทับลงกลางใจเธอ
บ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ เสิ่นหนานซิงพาลูกสองคนไปสวนสาธารณะ
อากาศดีมาก บนสนามหญ้ามีคนเล่นว่าวมากมาย เซี่ยวเป่าวิ่งไล่ตามฟองสบู่ ต้าเป่านั่งข้างเธอ ถือขวดน้ำเอาไว้ เห็นได้ชัดว่ามีเรื่องในใจ
เสิ่นหนานซิงถามว่า “ทำไมไม่ไปเล่นล่ะ”
ต้าเป่าก้มหน้าดึงฝาขวด “แม่ครับ พ่อกับแม่จะแยกกันแล้วใช่ไหม”
ใจเสิ่นหนานซิงรัดแน่น
เธอพยายามเต็มที่ที่จะไม่พูดเรื่องนี้ต่อหน้าลูก แต่เด็กๆ มักจะอ่านคำตอบได้จากความเงียบของผู้ใหญ่เสมอ
