ท่านผู้นำ เมียบ้านนอกของคุณกลายเป็นมหาเศรษฐีแล้ว!

บทที่ 4 รู้ไหมว่าหมื่นหนึ่งมีศูนย์กี่ตัว

12 นาที· 2.8K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

“จริงสิ เช้าตรู่วันนี้ตอนเธอหลับมีแม่ลูกคู่หนึ่งมาหา นี่ไง ไมโลกับอาหารกระป๋องบนโต๊ะน่ะของขวัญที่พวกเขาฝากมาให้ ยังให้มาบอกว่า ขอบคุณนะ ไว้จะมาขอบคุณอย่างเป็นทางการทีหลัง ของพวกนี้รับไว้ได้ไหม” กัวหยวนหยวนถามอย่างระวัง ไม่ใช่เธอคิดเอง แม่ลูกคู่นั้นวางของแล้ววิ่งหนีไปเลย เธอวิ่งตามไม่ทัน

“รับไว้ได้สิ” หานหนิงรู้นิสัยพี่เยี่ยนว่ามีบุญต้องตอบแทน ที่สำคัญกว่าคือเธอยังตั้งใจคบหากับพี่เยี่ยนต่อ

“งั้นฉันชงให้เธอสักแก้วบำรุงหน่อยนะ” กัวหยวนหยวนมือไม้คล่องชงไมโล ปากก็ไม่วายซุบซิบ “หนิงหนิง แม่ลูกคู่นั่นดูน่าสงสารกว่าเธออีก ยังเอาของดี ๆ มาให้ เธอไปช่วยอะไรหนักหนามา”

หานหนิงทำหน้าย่นแล้วยกไมโลที่กัวหยวนหยวนส่งให้ดื่มรวดเดียวหมด ถึงได้ยิ้มพูด “หยวนหยวนคนดี ตอนเย็นฉันอยากกินโจ๊กเนื้อแกะ โรยผักชีเยอะ ๆ นะ”

“เชอะ เธอก็เหมือนพี่เจ้า ชอบเอาฉันไปล้อเล่น”

หานหนิงกำลังจะง้อ “เด็กคนนี้” สักหน่อย เสียงน่ารังเกียจหลายเสียงก็ดังมาจากข้างนอก

“อีหนิงนั่นอยู่ห้องผู้ป่วยไหนกันแน่วะ”

“หุบปาก ยังอยากเข้าโรงงานจักรกลอยู่ไหม”

“ท่านพ่อ หานหนิงนั่นเหมือนคุมไม่อยู่แล้ว...”

“พอเถอะ เด็กกำพร้าคนเดียว จะกล้าทำอะไรใหญ่โตได้ นายคอยเอาใจมันหน่อยก็แล้วกัน ดูเหมือนจะห้องข้างหน้านั่น” ฝีเท้าของเสิ่นเจี้ยนกั๋วและพวกใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พอแน่ใจว่าหานหนิงอยู่ในห้องผู้ป่วยก็ผลักประตูเข้ามาไม่เกรงใจ เสิ่นเจี้ยนกั๋ววางมาดรองหัวหน้าแผนกขาย เดินนำเข้ามาในห้องอย่างเชื่องช้า “หนิงหนิง หนูวางมาดใหญ่ไม่เบานี่”

วันนั้นเขารออยู่ครึ่งค่อนวันเลยนะ! ตั้งแต่ได้เป็นรองหัวหน้าแผนกขาย เสิ่นเจี้ยนกั๋วก็ไม่เคยมีใครกล้าทำให้เสียหน้าแบบนี้มาสักพักแล้ว

น้ำเสียงของผู้นำก็เป็นแบบนี้ พูดครึ่งเดียวเก็บไว้ครึ่งนึง บางทีที่เก็บไว้ก็คือมาดศักดินา แต่บางทีก็เป็นแค่เศษศักดิ์ศรีงาม ๆ ที่หลงเหลือของตัวเอง

คนแบบนี้ ถ้ายื่นไม้ผุ ๆ สักท่อนให้ก็จะได้ใจปีนขึ้นไปบนสวรรค์ หานหนิงมองเสิ่นเจี้ยนกั๋ววางมาดเงียบ ๆ ไม่ยอมตอบรับ ยังไงคนที่ร้อนใจก็ไม่ใช่เธอ

บรรยากาศอึมครึมในห้องผู้ป่วย เสิ่นจวินไม่รู้สึกรู้สาเลยสักนิด หยิบอาหารกระป๋องแล้วเปิด ปากพล่อย “โอ๊ะ อีหนูนี่อยู่ดีไม่เบาเลยนี่ มีทั้งไมโลทั้งอาหารกระป๋อง”

“ของพวกนั้นเป็นของพยาบาลกัว กล้าดียังไงเปิด ถ้าไม่กลัวพยาบาลกัวแจ้งว่าปล้นก็เปิดไปเถอะ” หานหนิงพูดเย็นชาเสร็จก็หันไปบอกหยวนหยวน “พยาบาลกัว ทางนี้ฉันไม่มีอะไรแล้ว พาเอาของไปเยี่ยมญาติเถอะ”

เสิ่นจวินไม่ยอมจำนน ยังจะเปิดอาหารกระป๋องแต่เสิ่นเจี้ยนกั๋วเหลือบตาให้หยุด ถ้าตอนหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้เข้าโรงพักละก็ งานของเสิ่นจวินก็มีอันพังแน่

หยวนหยวนพูดตรงไม่คิด แต่ก็ไม่โง่เสียทีเดียว กลอกตาปราดนึงแล้วยืดอก “ไม่รีบค่ะ ในเมื่อญาติของคนไข้มาแล้ว งั้นช่วยจ่ายค่าอาหารหลายวันนี้ด้วยเถอะ จะให้ฉันซื้อข้าวดูแล ทั้งออกเงินออกคูปองให้อีกแบบนี้ไม่ไหวแล้วล่ะ!”

กัวหยวนหยวนรู้ว่าหานหนิงเป็นห่วงว่าจะคืนเงินให้ แต่หานหนิงเป็นผู้มีพระคุณใหญ่ และตัวเองก็ชอบหานหนิงมาก ดังนั้นให้พ่อแม่น่ารังเกียจของหานหนิงออกเงินเลยดีกว่า ต่อไปหนิงหนิงเวลาอยู่กับตัวเองก็จะได้ไม่รู้สึกติดค้างแล้ว

หานหนิงก้มหน้ารู้สึกผิดพอกัน มุมปากที่ยกขึ้นกดเท่าไหร่ก็ไม่อยู่ คิดไม่ถึงว่าหยวนหยวนจะเป็นเด็กเหลือร้ายตัวน้อย

พอพูดถึงเงิน หลี่ชิวเซียะก็เปลี่ยนเป็นโหมดสู้ทันที “หนิงหนิง แม่ให้หนูยี่สิบหยวนไม่ใช่เหรอ หนูต้องจ่ายเองนะ!”

“ค่าลงทะเบียน เย็บแผล ให้น้ำเกลือ ฉีดยา นอนโรงพยาบาลอันไหนไม่ต้องใช้เงิน ถ้าพวกเราพบเร็ว กู้ภัยทัน คุณหนิงคงตายไปตั้งแต่สามวันก่อน” หยวนหยวนย้อนสวนเสียงกร้าว ในตาฉายแววรังเกียจชัดเจน หล่อนมาทำงานโรงพยาบาลไม่น้อยแล้ว เจอพวกประหลาดมามาก แต่พ่อแม่แบบของหานหนิง นี่ขนาดลูกนอนโรงพยาบาลสามวันยังไม่แลไม่เหลียว นี่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกจริง ๆ

“หน... หนักหนาถึงขนาดนั้น” หลี่ชิวเซียะกับเสิ่นเจี้ยนกั๋วสบตากัน ตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

“แผนกผู้ป่วยในมีบันทึกไว้ ไม่เชื่อก็ไปเช็คดู สามวัน คุณหนิงหมดสติไปสามวันเต็ม ๆ! แม้แต่ข้าวต้มก็ต้องคอยกรอกแข็ง ๆ! เอาเงินมาสิบหยวน! ไม่ให้ฉันจะไปทวงถึงที่หน่วยงาน! จะดูว่าหน่วยงานไหนเอาพ่อแม่ที่ไร้มนุษยธรรมแบบนี้!”

“เรื่องครอบครัวข้า ถึงขั้นที่แกมาสั่งสอนได้!” เสิ่นจวินยกมือจะตบกัวหยวนหยวน เสิ่นเจี้ยนกั๋วกับภรรยากอดอกดูเป็นเรื่องสนุก หานหนิงรีบดึงเข็มบนมือแล้วฟาดไปเต็มแรง เข็มน้ำเกลือทั้งเล่มเสียบทะลุข้อมือเสิ่นจวิน เจ็บจนร้องโหยหวน

หยวนหยวนเห็นภาพตรงหน้าก็ตัวซีดเผือด สักพักก็โมโหจนตัวโยน ติดพลาสเตอร์ห้ามเลือดให้หานหนิงแล้ววิ่งกึงกังออกไปตามคน

“หานหนิง หนูบ้าไปแล้ว! ต้าจวินเป็นพี่หนู! แล้วก็อีนั่น อีหมอนั่นน่ะ! พวกเอ็ง! ฉันจะไม่ปล่อยไว้สักคน!” เสิ่นเจี้ยนกั๋วไม่ใจเย็นอีกต่อไป ระเบิดอารมณ์โกรธออกมา

“ขอแนะนำให้รู้จักนะคะ สักครู่นั่นพยาบาลนามสกุลกัว หยวนหยวน ลูกสาวคนเล็กของผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งที่หนึ่ง เสิ่นจวินเหิมถึงขั้นจะลงไม้ลงมือดวงใจที่รักสุดแก้วตาดวงใจของเขาในเขตเขาเนี่ยนะ คุณน้าสรุปว่าเป็นฉันบ้า หรือว่าพอดีจะช่วยเสิ่นจวินคะ”

หลี่ชิวเซียะหน้าบูดบึ้งน่ากลัว เสิ่นเจี้ยนกั๋วหน้ายิ่งดำทะมึนน่าขนลุก ในที่สุดก็พูดเสียงทุ้ม “ครั้งนี้เป็นต้าจวินผิดเอง ชิวเซียะ เธออยู่ดูแลหนิงหนิง ฉันพาต้าจวินไปรักษาแผล”

“ปรบมือ! คุณน้านี่ยอมก็ได้ แข็งก็ได้จริง ๆ นะคะ... จำไว้ด้วย ฝากค่าอาหารหนูกับน้ำใจขอขมาไว้ที่เคาน์เตอร์พยาบาลด้วย”

“ได้!” คำนี้เสิ่นเจี้ยนกั๋วกล้ำกลืนฝืนรับไว้ วันหน้าวันหลังค่อยหาทางเล่นงานอีหนูนี่!

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งที่หนึ่งนามสกุลกัวจริง ไม่ว่าที่ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เสิ่นเจี้ยนกั๋วก็ไม่กล้าเดิมพัน อิทธิพลของผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่ะไม่ใช่คนอย่างเขาซึ่งเป็นรองหัวหน้าแผนกขายโรงงานเฟอร์นิเจอร์จะกล้าไปล่วงเกิน หลี่ชิวเซียะก็เข้าใจเหตุผลนี้ แม้จะสงสารลูกชายมากแค่ไหนก็ไม่กล้าปริปากสักคำ

ตอนนี้เสิ่นจวินเห็นหานหนิงเหมือนเห็นเทพมัจจุราช ไม่สนใจเจ็บ ดึงเข็มออกโยนทิ้งหันหลังวิ่งหนีไปเลย คราวนี้เขากลัวแล้ว กลัวแบบถึงที่สุด เขาคิดมาตลอดว่าที่โดนซ้อมคราวก่อนเป็นเพราะประมาท แต่ครั้งนี้เข็มทั้งเล่มเสียบเข้าในข้อมือนี่แหละที่ทำให้รู้ซึ้งว่า ตัวเขาไม่ใช่คู่มือของอีบ้าคนนี้เลย รองานได้เมื่อไหร่ เขาจะหนีอีบ้าคนนี้ไปไกล ๆ เลย

สองพ่อลูกบ้านสกุลเสิ่นรีบจากไป หลี่ชิวเซียะปรับสีหน้าแวบนึงถึงเอ่ยปาก “หนิงหนิง สายเลือดน่ะตัดไม่ขาดหรอก เรื่องตัดขาดแม่ลูกน่ะอย่าพูดถึงอีกเลยนะ ส่วนเงินบำนาญของพ่อหนู ยังเก็บไว้ที่แม่ก่อน รอหนูโต แต่งงานแล้ว ค่อยให้เป็นสินเดิมอีกที”

หานหนิงจัดผ้าห่มบนตัว “คุณนายหลี่ อย่าพูดจาเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนอีกเลย พูดผลสรุปที่ตกลงกับเสิ่นเจี้ยนกั๋วมาตรง ๆ เถอะ เพราะตอนนี้หนูรู้สึกว่าทุกคำที่คุยกับคุณมีแต่เสียเวลา เสียชีวิตเปล่า ๆ”

นี่คือความคิดข้างในสุดของหานหนิง ชาติที่แล้วเพื่อให้ได้ไออุ่นของแม่อยู่ในความฝันสวยหรูที่หลี่ชิวเซียะสร้างให้ เธอยอมอุทิศหมดทั้งชีวิต ชาตินี้เธอแค่อยากอยู่ไกล ๆ หลี่ชิวเซียะ ให้ผลแห่งกรรมยังมาไม่ถึงตามทางนั้นรีบไปถึงบ้านสกุลเสิ่นเร็ว ๆ

“หนูเป็นหานหนิงลูกสาวของฉันจริง ๆ เหรอ” หลี่ชิวเซียะไม่เข้าใจ ว่าแค่หัวกระแทกแตกนี่เปลี่ยนคนได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ

“แล้วคุณเป็นแม่แท้ ๆ ของหนูจริง ๆ เหรอ”

เจอดวงตาดำขลับกระจ่างของหานหนิง หลี่ชิวเซียะถึงเบ่งเสียงออกมาจากลำคอ “ใช่สิ ไม่ใช่ฉันแล้วเป็นใคร!” พูดมาถึงสุดท้าย เสียงหลี่ชิวเซียะยิ่งดังขึ้น ท่าทีขี้ขลาดของหลี่ชิวเซียะทำให้ในใจหานหนิงหวิว ๆ ถ้ามีเวลา ก็สมควรกลับไปที่หมู่บ้านครอบครัวโรงงานเฟอร์นิเจอร์คุยกับบรรดาป้า ๆ น้าอาสักที

ความคิดนี้วาบขึ้นมาแวบเดียว ครู่ถัดมากลับรู้สึกว่าต้องหาคนที่เชี่ยวชาญสืบดูเสียหน่อย ได้ผลลัพธ์แล้ว ถึงจะก้าวข้ามปมในใจไปได้จริง ๆ

คิดตกปมนี้ หานหนิงผ่อนคลายลง ยิ้มเยาะ “พรุ่งนี้ก็สอบรับพนักงานของโรงงานจักรกลแล้ว”

หลี่ชิวเซียะดูหานหนิงตอนนี้ไม่ออก ลึก ๆ แล้วรู้สึกว่าลูกสาวคนนี้คุมไม่อยู่แล้ว งั้นผลลัพธ์ดีสุดก็คือทำให้ผลประโยชน์มีมากสุด! ภายหลังอีนี่ต้องมีมาขอร้องอะไรสักอย่าง! “ตกลง! ฉันเซ็นหนังสือตัดญาติให้ก็ได้ และให้เงินที่เหลือทั้งหมดแก่หนู แต่ฉันขอเพิ่มเงื่อนไขอีกหนึ่งข้อ”

“ว่ามา”

“หนูไปถอนหมั้นกับลู่ชวน แล้วให้น้องสาวหนู เสิ่นจิงแต่งไปแทน” หลี่ชิวเซียะจับตาดูหานหนิงไม่กะพริบ กลัวหล่อนไม่ตกลง

ลู่ชวน คู่หมั้นเด็ก ๆ ของหานหนิง ตอนนี้เป็นหมอศัลยกรรมของโรงพยาบาลประจำเมือง พ่อชื่อลู่หย่วนเป็นรองผู้จัดการโรงงานเฟอร์นิเจอร์ แม่ชื่อเหลยหง หัวหน้าแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลประจำเมือง ได้ยินว่ายังมีพ่อที่เป็นถึงผู้บังคับบัญชาชั้นสูงในนครหลวงอีก ตัวเองก็หล่อเหลา งานดี ฐานะทางบ้านเหนือกว่า จริง ๆ แล้วก็เป็นการแต่งงานที่ดีมาก

ชาติที่แล้วพวกเขาเคยเจอกันหนหนึ่งตอนหมั้น เธอไม่ค่อยสนใจลู่ชวน แต่กับแม่ของเขานั้นมีปมแค้นอยู่บ้าง ถึงหลี่ชิวเซียะไม่พูดเธอก็จะถอนหมั้น

“ถอนหมั้นก็ได้ ส่วนบ้านสกุลลู่จะเอาเสิ่นจิงไหม ไม่เกี่ยวกับหนู”

“เออ! แค่หนูถอนหมั้นฉันก็ให้เงินกับหนังสือตัดญาติ!” หลี่ชิวเซียะยิ้มหน้าบาน

“ในเมื่อคุณเพิ่มเงื่อนไข งั้นราคาก็ต้องคูณสอง หนึ่งพันสอง เอาเงินมาให้หนูก่อน กันคุณกลับคำภายหลัง” ไม่ทันหลี่ชิวเซียะเดือด หานหนิงเสริม “ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ดูแลคลังสินค้าของโรงงานจักรกล”

“ทำไมไม่เป็นตำแหน่งนักบัญชีนั่งออฟฟิศล่ะ” หลี่ชิวเซียะบ่นไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ดูแลคลังสินค้าต้องขนของเช็คของเหนื่อยจะตาย หานหนิงย้อน “พี่จวินของน้องมีวุฒิมัธยมต้นหรือเปล่า รู้ไหมว่าหมื่นหนึ่งมีศูนย์กี่ตัว”

หลี่ชิวเซียะอึก ปาดหน้าซังกะบ๊วย “งั้นเอาแบบที่เราตกลงกันไว้ก่อน หกร้อยดีกว่า สตังค์ยี่สิบที่ให้ก่อนหน้านี้ฉันก็ไม่เอาคืนละ”

“งั้นหนูก็จะไม่เอาพันสองนี่แล้ว คุณออกเงินซื้อตำแหน่งคนงานโรงงานจักรกลแทนเสิ่นจวินเองเลย แหม มีคนขายที่ไหนด้วยก็ไม่รู้” ทั่วตลาด ตำแหน่งงานโรงงานใหญ่ ๆ แบบโรงงานจักรกลนี่ไม่ได้มีแค่หายาก ยังขายกันแพงระยับ ตำแหน่งฝ่ายจัดการนี่ปั่นกันตั้งสองพันกว่าแหนะ แถมด้วยของดีเรื่องแต่งงานกับบ้านสกุลลู่อีก ยังไง ๆ หนึ่งพันสองก็จัดว่าคุ้มสุด ๆ เพียงแต่ได้เปรียบง่าย ราคาที่ต้องจ่ายก็สมน้ำสมเนื้อ

“งั้นวันนี้ฉันพกเงินมาไม่พอ พรุ่งนี้ค่อยให้นะ”

“เชิญค่ะ ไม่ส่ง” หานหนิงยิ่งไม่แคร์ หลี่ชิวเซียะยิ่งใจร้อน “ฉันจะไปถอน! ไปเดี๋ยวนี้! ฉันคงเป็นหนี้เจ้าจากชาติก่อน!”

หลี่ชิวเซียะกระทืบตึก ๆ ใส่รองเท้าหนังอันน้อย ๆ หานหนิงนัยน์ตาดำขลับแวววาว ก็มันเป็นหนี้จากชาติก่อนจริง ๆ นั่นแหละ

กัวหยวนหยวนดูอยู่หน้าประตูคร่าว ๆ แอบชอบใจอยู่ในใจ เมื่อกี้ไปตามพี่ผู้พี่มาช่วย แต่พี่ผู้พี่ไปกองปราบจัดการเรื่องหมูป่ายังไม่กลับ พอร้อนใจวิ่งไปตามทีมรปภ.มาก็พบว่า หานหนิงไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือเลยแม้แต่นิด ดูท่าแล้ว นิสัยหานหนิงไม่เหมือนขี้ขลาดขลาดกลัวอย่างที่พี่ผู้พี่ว่ามาเลยสักนิด

“หยวนหยวน” ได้ยินหานหนิงเรียก กัวหยวนหยวนก็กระซิบกับ รปภ. สองสามคำ ถึงได้เดินกระดี๊กระด๊าเข้ามาในห้อง

“หนิงหนิง! พ่อเธอให้เงินฉันไว้หกสิบ บอกว่าสิบหยวนคือค่าอาหารของเธอ ห้าสิบหยวนคือชดเชยให้ฉัน” ตากลมโตของหยวนหยวนงอเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ดูแล้วดีใจมาก

“ได้เงินมาฟรี ๆ ห้าสิบดีใจซะขนาดนี้”

“ดีใจสิ! มีเงินนี่แล้วจะซื้อหมูแดงให้เธอกินได้หนึ่งเดือนเลย พี่เจ้ากำชับว่าเธอต้องบำรุงขั้นต่ำหนึ่งเดือนถึงฟื้นฟูระดับสารอาหารของคนปกติได้นะ”

“หยวนหยวน...” นึกว่าหยวนหยวนเป็นพวกเห็นแก่เงิน แต่ที่แท้ทำเพื่อเธอ หานหนิงรู้สึกซึ้งอยู่ไม่น้อย

“พอเถอะ สิบหยวนเป็นของฉัน ส่วนชดเชยให้ห้าสิบไว้บำรุงตัวเธอน่ะแหละ เธอก็รู้ว่าพ่อฉันน่ะเหนือกว่าพ่อเธอ ไม่ได้ขาดเงินหยีนย่อยของเธอสักหน่อย ว่าแต่เธอ ชาติก่อนคงทำแต่เรื่องเลวร้ายสินะ ชาตินี้ถึงได้เจอพ่อแม่แบบนี้ ฉันว่าเธอนะ ชาตินี้ทำดีซะ ถึงจะได้มาเกิดดีแบบฉันได้”

กัวหยวนหยวนได้ใจ หานหนิงถอนหายใจยาวพรืด น้ำเสียงทุ้มต่ำ “มานี่หน่อยซี”

“เธอ... อยากตีฉันเหรอ?” เมื่อกี้เธอไม่ได้กลัวเสิ่นจวินเท่าไหร่ แต่กลัวหานหนิงมือหนักนั่นจริง ๆ นะ เห็นรอยเลือดบนพื้นแล้วย้อนถอยหลังไปสองก้าวเงียบ ๆ หน้าฉาบด้วยรอยยิ้มประจบ “หนิงหนิง วันเดียวเห็นเลือดสองรอบไม่เป็นมงคลนะ”

“เฮ้อ... ไม่ตีเธอหรอก ฉันจะเล่าถึงพ่อฉันให้ฟัง”

หยวนหยวนก้าวถี่ยิบเข้ามาใกล้ ช้า ๆ ความอยากรู้ชนะความกลัว “หา? เมื่อกี้นั่นไม่ใช่พ่อเธอเหรอ? ... จริงด้วย พ่อเธอเป็นวีรชนนี่หว่า แสดงว่าเธอทำบุญมาหลายชาติแล้วสิ ... อ้าว พอมีพ่อเลี้ยงก็มีแม่เลี้ยงสินะ ฉันอยากร้องเพลงกะหล่ำปลีน้อยให้เธอฟังซะแล้ว”

สุดท้าย พวกเสียงทอดอารมณ์ของกัวหยวนหยวนก็จบลงด้วยเสียงตวาดของพี่เจ้า เงาร่างป้ำ ๆ วิ่งหนีไวกว่าลิงอีก หานหนิงอดขำส่ายหัวไม่ได้

ถึงกระทั่งสองทุ่ม หลี่ชิวเซียะถึงได้เอาพันสองนั่นมาให้ เห็นได้ว่ากลับไปปรึกษากันที่บ้านก่อน หลี่ชิวเซียะกำชับหานหนิงไม่รู้กี่รอบให้สอบดี ๆ อย่ากลับคำ หานหนิงรับส่ง ๆ สองสามคำแล้วไล่กลับไป

คืนนี้โรงพยาบาลแห่งที่หนึ่งเงียบสงัดมาก ทหารที่บาดเจ็บต่างถูกรถหน่วยทหารพากลับไปพักฟื้น ไม่มีใครเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว ชีวิตของพี่เยี่ยนกับหลี่หัวก็พลิกผัน แม้จะยังไม่ดีพร้อม แต่พวกเขาในฐานะที่พึ่งพาของกันและกัน ก็จะใช้ชีวิตต่อไปด้วยดีเสียที

หานหนิงหยิบปากกากับสมุดออกมา ตั้งหน้ารำลึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชาติก่อนอย่างละเอียด จดเรื่องสำคัญ ๆ เอาไว้ทีละอย่าง รอเคลียร์งานตรงหน้าเสร็จก็น่าจะถึงเวลากลับบ้านสักที

คืนนี้ หานหนิงหลับสนิทอย่างยิ่ง

เช้าวันต่อมา หานหนิงกำลังเก็บข้าวของของตัวเอง กัวหยวนหยวนก็กอดห่อของเดินเข้ามา ไม่ต้องให้หานหนิงถาม ปากน้อย ๆ ของกัวหยวนหยวนก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่ของมันเอง “หนิงหนิง นี่ลูกอมนมกระต่ายขาว เนื้อตากแห้ง อาหารกระป๋องกับนมผงนะ เห็นเธอกินไมโลเหมือนกินยาเลยซื้อนมผงมาให้ นี่ของกินหนึ่งเดือน จำไว้ว่าต้องกินให้หมดนะ ถึงเวลาต้องกลับมาตรวจนัดด้วย ฉันตรวจเช็คนะ! ใช่ แล้วก็เสื้อตัวนี้ด้วย พี่ผู้พี่ซื้อให้ฉัน ฉันใส่ตัวเล็กไปแล้วให้เธอละกัน ไปสอบน่ะ ใส่ซอมซ่อไม่ได้”

กัวหยวนหยวนพ่นไม่หยุด หานหนิงขอบตาร้อนผ่าว “ฉันแค่เคยกินต่อหน้าเธอหนเดียว เธอรู้ได้ไงว่าฉันไม่ชอบกินไมโล”

มือกัวหยวนหยวนไม่หยุดยัดของใส่ย่ามใส่ดินระเบิด คางชี้ไปทางหนูน้อยนอนอยู่เตียงตรงข้าม “ดูสิ นั่นแหละที่เรียกว่าชอบ”

หานหนิงมองไป เห็นหนูน้อยกุมชามไมโลครึ่งชามอย่างทะนุถนอม จิบเบา ๆ เสียงจ๊วบ ๆ เลียริมฝีปาก一圈 กินหมดเกลี้ยงแล้วเลียน้ำกับก้นชามซ้ำไม่หยุด พอรู้ว่ามีคนมอง หน้าแดงซ่านซุดเข้าไปในอ้อมอกแม่

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com