หานหนิงคว้ามือของหลี่ชิวเซียะที่กำลังจะลูบหัวเธอไว้ พลางเอ่ยเรียบๆ ว่า "แม่ปีนี้อายุ40แล้วนะ มือนี่ช่างขาวเนียนดีจริง ดูแลดีกว่ามือของสาวโสดอย่างฉันอีก" มือของหานหนิงเต็มไปด้วยหนังด้านและบาดแผลเล็กๆ สัมผัสหยาบกระด้างทำให้หลี่ชิวเซียะยิ้มแหยๆ ชักมือกลับ เพิ่งจะอ้าปากอธิบาย ก็ได้ยินเสียงเย็นเฉียบของหานหนิงดังขึ้นอีกครั้ง
"คนในครอบครัวเดียวกันแท้ๆ ฉันต้องตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ทำงานบ้าน ถูบ้านให้สะอาดเอี่ยม อาหารสามมื้อต่อวัน ซักเสื้อผ้าให้ทั้งห้าคน ฉันยังต้องเป็นกระสอบทรายให้เสิ่นจวิน เป็นมือเขียนหนังสือให้เสิ่นจิง เป็นพี่เลี้ยงให้เสิ่นฮุย อ้อ ใช่แล้ว ยังมีต้องสนอง 'ความต้องการ' ไม่หยุดหย่อนของแม่ที่ท้องแปดเดือนกลางดึกอีก"
"แม่รู้ว่าปีนี้ลูกต้องลำบาก แต่แม่ท้องอยู่ ช่วยเห็นใจหน่อย อดทนอีกนิดไม่ได้หรือไง รอแม่คลอดแล้วจะช่วยลูกนะ ดีไหม"
"ช่วยฉันเหรอ หา! ลูกในท้องแม่เป็นของฉัน หรือว่าแม่จะให้มรดกฉันตอนแม่ตาย"
ชาติก่อน หานหนิงก็คิดว่าแค่แม่คลอดแล้วก็จะช่วยเธอ เธอจะได้กลับไปใช้ชีวิตม.ปลายปีสามตามปกติ แต่ผลล่ะ ดูแลหลี่ชิวเซียะหลังคลอดต้องละเอียดอ่อน การเกิดของชีวิตใหม่ยิ่งหมายถึงผ้าอ้อมซักไม่หมด นมผงชงไม่หวาดไม่ไหว และถูกทรมานทั้งวันทั้งคืน ต่อให้เป็นใบตอบรับเข้าสอบที่เธอเอาแรงกายแลกมาก็ยังต้องยื่นให้คนอื่นไปเปล่าๆ
หานหนิงจำได้ชัดเจน ตอนที่แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวดับวูบลง ตอนที่ก้าวเข้าคุก เธอกลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมา จะเห็นได้ว่าความจุกจิกในชีวิตประจำวันสามารถทำให้คนๆ หนึ่งเป็นบ้าได้จริงๆ
หลี่ชิวเซียะถูกพูดเสียจนพูดไม่ออก ยกมือขึ้นจะปาดน้ำตา ท่าทางแบบนี้หานหนิงดูมาจนเบื่อแล้ว ชาตินี้เธอแค่อยากจะตัดเชือกให้ขาดสะบั้น "มาเจรจาเงื่อนไขกัน ฉันจะไปสอบ ปาดน้ำตาแบบนั้น ฉันจะกลับหน่วยสว่างเหยียงทันที"
"ได้! เงื่อนไขอะไร!" หลี่ชิวเซียะแอบกัดฟัน อีนี่ตอนนี้ทำไมแข็งกร้าวไม่ฟังใครเลย
"เงื่อนไขแรก เงิน เงินบำเหน็จตกทอดของพ่อฉันทั้งหมด 500 ค่าทำแผลที่หัว กับค่าบำรุง 100 รวมเป็น 600 หยวน"
"เงินบำเหน็จของพ่อลูก ทำไมต้องให้ลูกหมดเลย แล้วแผลที่หัวนั่น ที่บ้านก็มียาแดง ทาแป๊บเดียวก็หาย จะไปโรงพยาบาลให้เปลืองเงินทำไม"
"พ่อฉันพลีชีพ ผู้นำมาส่งเงินบำเหน็จที่บ้าน วันรุ่งขึ้นแม่ก็ทิ้งฉันที่เพิ่งครบเดือน ถือเงินบำเหน็จทั้งหมดไปแต่งงานใหม่ เงินบำเหน็จปลอบขวัญที่มอบให้ครอบครัวและลูกของวีรชน แม่ไม่เคยเป็นครอบครัววีรชนเลยสักวัน ยังถึงขั้นพยายามทำให้ลูกของวีรชนอดตาย แม่มีสิทธิ์อะไรเอาเงินบำเหน็จ"
"ฉันเป็นครอบครัว ฉันไม่มีทางตกลงเงื่อนไขนี้!"
หานหนิงยืนขึ้น มองลงมาใส่หลี่ชิวเซียะ "เงินบำเหน็จฉันจะเอาให้ได้ ตอนนี้พูดกันดีๆ เป็นเงื่อนไข ถ้าฉันไปหากองทัพ มันจะเป็นตราบาปของหลี่ชิวเซียะ เป็นอุปสรรคขัดขวางการไต่เต้าของเสิ่นเจี้ยนกั๋วผู้ชายของแม่"
"ลูกเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?! ฉันเป็นแม่ของลูกนะ!" หลี่ชิวเซียะกุมท้อง หน้าอกกระเพื่อมแรง เห็นได้ชัดว่าโกรธมาก
ได้ยินคำว่า "ฉันเป็นแม่ของลูก" สี่คำนี้ หานหนิงก็คลื่นไส้ทางกายภาพ น้ำเสียงยิ่งเย็นชาขึ้นอีก "เงื่อนไขที่สอง ตัดขาดความเป็นแม่ลูก หลังจากแม่ไป ก็เป็นย่าและครอบครัวอาสองที่เลี้ยงฉันมา ฉันติดหนี้บุญคุณแม่ที่ให้กำเนิด กับเลี้ยงดูหนึ่งเดือน ก็จะหักล้างด้วย ตำแหน่งงานโรงงานเครื่องกล กับแรงงานของฉันปีนี้"
ชาติก่อน เธอถูกโซ่ตรวนของแม่แท้ๆ ผูกมัดทั้งชีวิต ถูกใช้ทั้งชีวิต ชาตินี้เธอจะจบเรื่องให้เร็ว!
ความเยือกเย็นของหานหนิงทำให้หลี่ชิวเซียะใจสั่น จะให้หานหนิงไปหาถึงบ้านพักกองทัพไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอจบแน่ แต่เงื่อนไขสองข้อนี้เธอไม่อยากตกลงสักข้อ คิดแล้วพูดว่า "แม่ตัดสินใจเองไม่ได้ ค่ำนี้รอพ่อเสิ่นลูกกลับมา เราค่อยคุยกันอีกที"
"ได้ ตอนนี้ให้ฉัน 100 หยวน ฉันจะไปโรงพยาบาลทำแผล เสียเลือดมากจะกระทบการสอบ คุณนายหลี่คงไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นใช่ไหม"
"อะไรคุณนายหลี่! ตอนนี้ยังไม่ตัดขาดกัน! ฉันยังเป็นแม่ลูก! 100 ไม่มี ให้ลูกไป 20 ก่อน ที่เหลือค่อยว่ากัน"
"ได้ งั้นฉันรับค่ารักษาไป 20 หยวนก่อน ค่าบำรุงที่เหลือค่อยคุยกันทีหลัง" หานหนิงพูดง่ายมาก รับเงินมาแล้วพูดต่อ "คืนนี้ฉันจะอยู่โรงพยาบาล ให้เวลาพวกคุณคิด พรุ่งนี้เช้าแปดโมง หวังว่าพวกคุณจะให้คำตอบที่ฉันพอใจได้"
"ดี" ไม่สนใจที่หลี่ชิวเซียะกัดฟันกรอด หานหนิงหยิบ "สมบัติ" ที่ย่าให้ -- ถุงใส่ดินประสิว เก็บเสื้อผ้าและเอกสารของตัวเอง
หลี่ชิวเซียะเดินตามออกมา อยากจะตีสนิทอีก ถึงได้เห็นเสิ่นจวินนอนหมดสติอยู่บนพื้น หลี่ชิวเซียะคราวนี้เศร้าเสียใจจริงๆ น้ำตาไหลไม่คิดเงิน ร้องคำรามใส่หานหนิง "ลูกอกตัญญู ลูกทำอะไรกับพี่ชาย เรียกยังไงก็ไม่ตื่น"
หานหนิงสะพายถุงดินประสิวขึ้นบ่า ยิ้มจนตาหยี "แค่ทวงหนี้คืน" หลี่ชิวเซียะยืนตะลึง นึกไม่ออกว่าหมายความว่าอะไร หานหนิงก็ก้าวเท้าสบายๆ ออกจากหมู่บ้านพักครอบครัวโรงงานเครื่องกลไปแล้ว
บนถนนใหญ่ปี 1983 ตึกเตี้ยๆ มีป้ายคำขวัญเขียนว่า แรงงานสร้างความร่ำรวยมีเกียรติ รถเมล์รุ่นเก่าสีขาวดำแล่นกรูผ่านไป ทิ้งควันเสียไว้จนแสบจมูก ผู้คนแต่งชุดกรรมกรสีเทาอมฟ้า จับกลุ่มเป็นก้อนๆ พูดคุยหัวเราะกันเปี่ยมพลัง วิวบนท้องถนนทุกอย่างทำให้หานหนิงหลงใหล ยิ้มกริ่ม พูดเบาๆ ว่า "กลับมาจริงๆ ด้วย"
อารมณ์ดีของหานหนิงไม่ถูกกระทบเลย ด้วยสายตาตกใจ อยากรู้อยากเห็น หวาดกลัว รอบๆ ใบหน้าเปื้อนเลือดก้าวเท้ามุ่งไปข้างหน้า
มาถึงโรงพยาบาลหมายเลขหนึ่ง ถึงเปลี่ยนเป็นทำหน้าแตกสลาย ลงทะเบียน พบแพทย์เย็บแผล ทำแผล ยังได้ใบประเมินอาการบาดเจ็บมาฉลุย ระหว่างทางแลกเอาคะแนนสงสารจากหมอ พยาบาล และผู้ป่วยตลอดทางมาได้ คะแนนสงสารพวกนี้กับกระดาษแผ่นบางในมือ จะกลายเป็นไพ่ตายของเธอ
ชาติก่อน เพราะแผลเป็นบนหน้าผาก หานหนิงก้มหน้ารู้สึกต่ำต้อยมาทั้งชีวิต ชาตินี้เธอจะเชิดหน้าใช้ชีวิต
ที่หน้าต่างจ่ายยา หานหนิงถือยาหม่องสมานแผลในมือ พลิกดูไปมา นี่เป็นของที่เธอเอาคะแนนสงสารมาแลกได้ ไม่รู้จะดีไหม
ตอนที่หานหนิงกำลังกังวลว่าแผลบนหัวจะเป็นรอยแผลเป็นหรือไม่ ที่หน้าโรงพยาบาลมีเสียงวุ่นวายดังขึ้น ทหารในชุดเขียวคนแล้วคนเล่า ถูกหมอและพยาบาลยกเข้าโรงพยาบาลหมายเลขหนึ่ง แถวยาวเหยียดน่าหวาดหวั่น ผู้ป่วยและญาติบนทางเดินต่างหลีกทางให้
"คลังเลือด เอาพลาสม่าในคลังเลือดไปห้องผ่าตัดให้หมด! ถ้าไม่พอ รีบจัดระดมบริจาคเลือด ติดต่อโรงพยาบาลอื่นให้ร่วมมือช่วยชีวิตครั้งนี้ด้วย!" หมอสั่งพยาบาลข้างๆ อย่างรวดเร็ว
มองดูผู้คน อึมครึมใจ คนที่รู้ข่าวแอบกระซิบอย่างลึกลับ "ได้ยินมารึยัง ภูเขาหลังบ้านซานถุนจื่อมีหมูป่าออกมา หน่วยทหารส่งคนไปกำจัดหมูป่า คิดไม่ถึงว่าหมูป่าไม่เห็น กับไปเหยียบกับระเบิดตั้งหลายลูก นี่ไง บาดเจ็บกันหมด"
"ฝีมือสายลับหรือเปล่า แล้วหัวหน้าหน่วยใหญ่ซานถุนจื่อหลี่เกิงซานน่ะ"
"เป็นสายลับหรือเปล่าไม่รู้ แต่ตอนที่หน่วยทหารไปจับตัว พบว่าหลี่เกิงซานฆ่าตัวตายแล้ว"
"เฮ้ย เจ้าหนูนี่ข่าวไวดีนี่"
"แน่สิ ทางน้าสะใภ้สามของข้า..."
ยังไม่ทันฟังคนเดินถนนเล่าประวัติญาติจบ หานหนิงก็เร่งฝีเท้า สุดท้ายวิ่งออกตัวเลย เรื่องนี้ในชาติก่อนเป็นเรื่องใหญ่ กับระเบิดที่ภูเขาหลังบ้านซานถุนจื่อ จริงๆ แล้วเป็นฝีมือของหลี่เกิงซาน แต่สาเหตุนั้นกลับทำให้ต้องถอนใจ