มือของผู้ดูแลหอพักที่ข้อนิ้วปูดโปน กำข้อมือของหญิงสาวไว้แน่น ราวกับจะบีบกระดูกของเธอให้แหลก
ในจังหวะนั้นเอง นักศึกษาหญิงไร้หน้าพลันหันขวับไปมองเตียงของเจิงหมิงเหว่ย ผ้าห่มที่ปูไว้อย่างเรียบร้อยบนเตียงดูเหมือนจะยุบลงเล็กน้อย
เธอพุ่งเข้าไปหาเตียงพร้อมความหวังสุดท้าย ราวกับมั่นใจว่าเมื่อเปิดผ้าห่มออก จะได้เห็นใบหน้าตื่นตระหนกของติงเซียง
เฉินจี้ชิงลงมือก่อน เขาเตะผ้าห่มเปิดออก
ใต้ผ้าห่มว่างเปล่า มีเพียงแผ่นกระดานเตียงแข็ง ๆ
ผู้ดูแลหอพักดูเหมือนจะหมดความอดทนโดยสิ้นเชิง ได้ยินเพียงเสียงกร๊อบ ข้อมือของนักศึกษาหญิงไร้หน้าก็อ่อนยวบลงราวกับไร้กระดูก ก่อนถูกลากออกจากห้องไป
เฉินจี้ยืนอยู่ตรงประตู โบกมือส่งนักศึกษาหญิงไร้หน้าและผู้ดูแลหอพักที่เดินจากไป แล้วจึงปิดประตู
แทบจะพร้อมกัน ทั้งสามคนก็ถอนหายใจยาว
ครู่ต่อมา ใต้เตียงพลันมีเสียงกุกกักดังขึ้น ติงเซียงค่อย ๆ คลานออกมาอย่างยากลำบาก
ฝุ่นฟุ้งขึ้นมาทันที
ติงเซียงยังมีสีหน้าหวาดผวา ก่อนผู้ดูแลหอพักจะเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที เธอถึงได้มุดเข้าไปซ่อน!
“เธอโชคดีจริง ๆ”
เฉินจี้เอ่ยขึ้นกะทันหัน “ที่ซ่อนเห็นชัดขนาดนี้ ผู้ดูแลหอพักกลับไม่ตรวจดูด้วยซ้ำ”
ติงเซียงเองก็รู้สึกสับสน ตามหลักแล้วใต้เตียงควรเป็นที่แรก ๆ ที่ต้องตรวจ
“บางคนก็เกิดมาโชคดี”
ตู้ทิงเฟิงยิ้ม พลางเก็บวัตถุที่ดูคล้ายเหรียญใส่กระเป๋า
“พอเถอะ เรื่องนั้นช่างมันก่อน พวกคุณสังเกตไหม เมื่อกี้ผู้ดูแลหอพักหยิบปากกาไปด้ามหนึ่ง”
