บทที่ 12 หย่ากันแล้วใช้ชีวิตด้วยตัวเองดีกว่า
“พี่สาม พี่สี่ กลับมาแล้วเหรอคะ?” เย่ฟางเฟยยิ้มหวานพลางเดินเข้าไปทักทายทั้งสองคน
“น้องเล็ก ไม่ได้มานานแล้วนะ เมื่อวานพ่อกับแม่ยังพูดถึงเธออยู่เลย” เย่ซื่อหู่ยังเห็นเธอเป็นเด็กเหมือนแต่ก่อน จึงล้วงลูกอมหลายเม็ดจากกระเป๋ายัดใส่มือให้
เย่ซานหู่ก็เปิดห่อกระดาษในมือ หยิบแป้งทอดไส้มาให้เย่ฟางเฟยกิน
เย่ซานหู่กับเย่ซื่อหู่เป็นฝาแฝด ปีนี้อายุ 25 ปี ทั้งคู่หน้าตาคล้ายกันถึงเจ็ดแปดส่วน แต่บุคลิกกลับต่างกันราวฟ้ากับดิน
เย่ซานหู่ซื่อสัตย์และซื่อตรง ใบหน้ามีรอยยิ้มเรียบง่าย เป็นคนแข็งแรง ขยันขันแข็ง ให้ความรู้สึกเป็นมิตร
ส่วนเย่ซื่อหู่ฉลาดที่สุดในบรรดาพี่น้อง หัวไวและมีเล่ห์เหลี่ยม ตั้งแต่เด็กก็รู้จักหาช่องทางทำมาหากิน หากครอบครัวมีเรื่องอะไร พี่น้องทั้งหลายก็มักจะไปปรึกษาเขาให้ช่วยตัดสินใจ
เย่ฟางเฟยรับของมา แต่ไม่ได้กิน เธอแบ่งลูกอมให้หลานชายหลานสาว ส่วนแป้งทอดไส้เนื้อก็วางไว้บนโต๊ะอาหาร
โจวหงอวี้เห็นลูกชายกลับมาแล้ว ส่วนหลาน ๆ กำลังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ในลานบ้าน จึงตะโกนเสียงดังว่า “ไปล้างมือกันให้หมด ได้เวลากินข้าวแล้ว!”
พี่สะใภ้ใหญ่รีบเทน้ำให้เด็ก ๆ ที่ซุกซนเหล่านั้นล้างหน้าแปรงฟัน เด็กผู้หญิงยังพอเรียบร้อยอยู่บ้าง ส่วนเด็กผู้ชายแต่ละคนหน้าดำมอมแมม ล้างกันสองรอบกว่าจะสะอาด
พี่สะใภ้สามกับพี่สะใภ้สี่พาเด็ก ๆ นั่งโต๊ะเดียวกัน ส่วนผู้ใหญ่ที่เหลือนั่งอีกโต๊ะ
เย่ซื่อหู่ลองชิมอาหารหลายอย่างบนโต๊ะจนครบ แล้วพูดอย่างประหลาดใจว่า “น้องเล็ก ไส้หมูพะโล้นี่อร่อยถึงใจจริง ๆ เธอไปเรียนฝีมือนี้มาตอนไหน?”
เสี่ยวโก่วตั้นกำลังเคี้ยวไส้หมูอยู่ พูดจาฉะฉานว่า “คุณอาสี่ คุณอาเล็กทำไส้หมูอร่อยมากนะครับ เค้กไข่นึ่งก็อร่อย ทั้งฟูทั้งนุ่ม อร่อยกว่าที่สหกรณ์ขายอีก”
