นับตั้งแต่เรื่องในร้านกาแฟ เจียงซินเหลียนก็เรียกได้ว่าดังเป็นพลุแตก และกลับมาเป็นที่กล่าวขานในหมู่ชนชั้นสูงอีกครั้ง
ครั้งก่อนคือเมื่อ 6 ปีก่อน ตอนที่ดยุกวิลเลียมพานางกลับมายังคฤหาสน์สก็อตต์ ก้าวข้ามชนชั้นขึ้นมาเป็นคุณหนูชนชั้นสูง
ครั้งนี้ยิ่งเกินไปใหญ่ นางทุบตีและกลั่นแกล้งบุตรีเอิร์ล จนไฮดีพลอยเสียหน้าจนหมดสิ้นในวงสังคมชนชั้นสูงไปด้วย
ตอนนี้ไฮดีเอาแต่ร้องไห้อาละวาดอยู่ที่บ้านทุกวัน หวังให้บิดาไปสั่งสอนนังผมทองคนนั้น
เอิร์ลถูกเสียงโวยวายรบกวนจนหงุดหงิด จึงตวาดเสียงดังว่า “ลูกจะอาละวาดไปถึงเมื่อไร! พูดเรื่องพวกนี้แค่ในบ้านก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ยังออกไปโพนทะนาให้คนอื่นรู้ด้วย เมื่อไรลูกถึงจะรู้จักโตเสียที!”
ไฮดีรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งกว่าเดิม นางเช็ดน้ำตาพลางตะโกนว่า “แต่หล่อนก็เป็นคนชั้นต่ำจริง ๆ! ทำไมถึงพูดไม่ได้! หนูพูดผิดตรงไหน!”
เอิร์ลมีบุตรชายหลายคน แต่มีบุตรสาวเพียงคนเดียว จึงยังอดทนพูดกับนางด้วยเหตุผล “พ่อรู้ว่าลูกพูดไม่ผิด จะพูดต่อหน้าเจ้าหล่อนเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง พ่อก็ไม่ว่าอะไร แต่ลูกพูดต่อหน้าอัลเลน สก็อตต์ไม่ได้”
อัลเลน สก็อตต์เป็นบุตรชายคนเดียวของดยุก ทั้งยังเป็นว่าที่ประมุขตระกูลสก็อตต์คนต่อไป และรักน้องสาวราวกับแก้วตาดวงใจ ใครจะกล้าแสดงท่าทีไม่ดีต่อน้องสาวเขาต่อหน้าเจ้าตัวกัน?
“แต่หนูไม่ได้พูดถึงหล่อนสักหน่อย หนูพูดถึงเบ็ตซีต่างหาก! อีกอย่าง อัลเลนจะคอยปกป้องนังผมทองนั่นไปตลอดหรือไง?” ไฮดียังคงรู้สึกน้อยใจ
เอิร์ลถอนหายใจ เริ่มนึกเสียใจขึ้นมาว่าตนเลี้ยงบุตรสาวให้ไร้เดียงสาเกินไปหรือเปล่า
ภายในคฤหาสน์สก็อตต์ ในห้องหนังสือ
