ยันต์ถ่ายทอดเสียงไกลพันลี้เงียบลงกะทันหัน
เสี่ยวผูเถาหยุดดื่มนมแล้วดีดตัวลุกขึ้นนั่ง
นางฟังไม่ผิดใช่ไหม?
หวังวังหายไปแล้ว?
เด็กน้อยจุดยันต์ถ่ายทอดเสียงไกลพันลี้ส่งไปอีกหนึ่งแผ่นทันที
คราวนี้ผ่านไปนานทีเดียว ผูถีเต้าจ่างจึงตอบกลับ
“ผูเถาเอ๋ย เมื่อกี้สัญญาณไม่ค่อยดี บนเขาเหน็บหนาวเกินไป อาจารย์พลั้งมือตัดสายเอง”
“ซือฟู่!!” เสี่ยวผูเถาตวาดใส่ยันต์ถ่ายทอดเสียงไกลพันลี้ด้วยน้ำเสียงใสๆ ของเด็กน้อย “เมื่อกี้ผูเถาดูเหมือนได้ยินพี่ซีบอกว่า หวังวังหายไปแล้วนะ?”
“หึหึ! หนูฟังผิดแล้ว! ไอ้เด็กเฮงซวยนั่นพูดมั่ว!” ผูถีเต้าจ่างว่าแล้วก็ถีบเฉินเจ่าที่จมูกบวมหน้าช้ำอยู่ข้างๆ หนึ่งที “เจ้าบอกผูเถาสิ ว่าหวังวังยังอยู่บนเขาไหม?”
เฉินเจ่ามีรอยคล้ำดำรอบดวงตาสองข้างที่ถูกอาจารย์ต่อย ร้องห่มร้องไห้ว่า “น้องซีน้อย... พี่ซีแกล้งหนูเล่น... เจ้าหวังวังน่ะ... สบายดี... สองสามวันก่อนมันยังมาที่สำนักเต๋าหาเจ้า พี่...พี่ให้เนื้อมันไปนิดหน่อย มันกินเสร็จก็กลับไปจำศีลต่อแล้ว”
“ผูเถา พอแค่นี้ก่อนนะ ฟ้ามืดแล้ว หนูยังเด็กต้องนอนแต่หัวค่ำนะ รู้ไหมว่าตื่นเช้านอนเร็วถึงจะตัวสูง?” ผูถีเต้าจ่างว่าแล้วไม่รอให้ผูเถาตอบก็ตัดยันต์ส่งเสียงทันที
จากนั้นหันไปทางเฉินเจ่า ตบลงบนแขนอีกหนึ่งฉาด “ไอ้ศิษย์ทรพี! อาจารย์บอกเจ้ากี่หนแล้วว่าก่อนเข้าห้องอาจารย์ต้องเคาะประตูก่อน! คราวนี้ดีละ ถูกผูเถาได้ยินเรื่องหวังวังหายเข้า เด็กเหลือแสนขนาดนั้น ถ้ารู้ว่าหวังวังถูกพวกเราทำหายไปโดยไม่ระวัง นางต้องรื้อวิหารเหลียนฮวาแน่!”
