แม่ตระกูลจี้ฟังคำพูดของจี้เยี่ยนจิงต่อไปไม่ไหว จึงหันกลับไปจ้องเขาอย่างโกรธเกรี้ยว “หุบปาก!”
“ตั้งแต่ไป๋ฉือเวยมาที่บ้านเรา ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกของเราก็แย่ลงทุกวัน แกมองไม่ออกหรือไงว่าไป๋ฉือเวยคนนั้นเป็นตัวกาลกิณี เธอมาเพื่อทำลายครอบครัวเราชัด ๆ!”
“เสี่ยวหยาเป็นผู้หญิงที่ดีขนาดนั้น แกกลับเรียกเธอว่าสาวเจ้าเล่ห์ คำพูดคำจาไม่น่าฟังแบบนี้ เป็นคำพูดที่คนเป็นทหารควรพูดหรือไง?!”
“ถ้าแกยังกล้าพูดให้ร้ายเสี่ยวหยาต่อหน้าคนตั้งมากมายอีก เชื่อไหมว่าแม่จะตัดขาดความเป็นแม่ลูกกับแกเดี๋ยวนี้เลย?!”
จี้เยี่ยนจิงเห็นว่าแม่โกรธจริง ๆ จึงได้แต่หุบปากอย่างเก้อเขิน ไม่กล้าพูดให้ร้ายเหนียวเสี่ยวหยาอีก
ทุกคนเดินเงียบ ๆ มุ่งหน้าไปยังเรือนใต้ที่เหนียวเสี่ยวหยาอาศัยอยู่
เพิ่งเดินมาถึงหน้าทางเข้าเรือนใต้ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องอย่างเสียสติจากในห้องหลัก
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?! ฉันเป็นถึงแชมป์มวยต่อสู้แท้ ๆ ทำไมถึงโชคร้ายขนาดนี้ แค่ตื่นขึ้นมาก็ทะลุมิติมาแล้ว!”
“ทะลุมิติมาก็แล้วไปเถอะ แต่ดันมาอยู่ในร่างของผีเร่ร่อนที่ชื่อแซ่เดียวกับฉันอีก!”
“อ๊า!!! ผีเร่ร่อนคนนี้ยังเกิดใหม่ด้วย เกิดใหม่กลับไปเมื่อสิบปีก่อน งั้นตอนนี้ฉันก็มีทั้งความทรงจำสิบปีที่เธอเป็นผี ทั้งความทรงจำก่อนที่เธอจะตาย แล้วยังมีความทรงจำของตัวเองอีกเหรอ?!”
“อ๊า!! มั่วไปหมดแล้ว! ฉันเป็นใคร? ฉันอยู่ที่ไหน?!”
ปัง ๆ ๆ!
เสียงโกลาหลราวกับเกิดเหตุวุ่นวายดังมาจากในห้อง
“อ๊า!!! ทำไมหน้าฉันถึงดำขนาดนี้!! ผิวขาวซีดมาตั้งแต่เกิดของฉันหายไปไหนแล้ว?!!! นี่เป็นความฝัน! ต้องเป็นความฝันแน่ ๆ!”
