ชาวบ้านและปัญญาชนที่ลงชนบทพากันหดคอ เมื่อได้ยินคำขู่ของเฉินเฟิง
ไม่มีใครกล้าพูดแทรกอีกแม้แต่คำเดียว
ทุกคนมองหน้ากัน ไม่กล้าแม้แต่จะผายลม ได้แต่หันหลังเดินย่ำหิมะหนา ๆ จากไปอย่างหงอย ๆ
เฉินเฟิงยืนอยู่บนบันได มองคนกลุ่มนั้นแตกฮือหนีไปคนละทิศละทาง
พลางแค่นหัวเราะ
“พวกข่มคนอ่อนแอ กลัวคนแข็งแกร่ง”
“ถ้าวันนี้คนที่โดนตีเป็นฉัน ป่านนี้พวกแกคงยืนตบมือเชียร์อยู่ข้าง ๆ แล้ว”
“ตอนนี้เห็นหลิวเหมยโดนตีก็ทนดูไม่ไหวขึ้นมาหรือไง?”
“ยังจะทำเป็นคนดีต่อหน้าฉันอีกเหรอ?”
คำพูดนี้เหมือนมีดฟาดใส่หน้าชาวบ้านที่ยังเดินไปไม่ไกล
พวกเขาเร่งฝีเท้าให้เร็วกว่าเดิม
ตอนนั้นเอง
หวังเต๋อฟา เลขากองผลิตที่เดิมเตรียมจะกลับอยู่แล้ว ได้ยินคำเหน็บแนมของเฉินเฟิงที่แฝงคำด่าทุกประโยค ก็รู้สึกเสียหน้าจนทนไม่ไหว
อย่างน้อยเขาก็เป็นเลขากองผลิตหงซิง
ถ้าปล่อยให้เฉินเฟิงก่อเรื่องแบบนี้ต่อไป ต่อไปเขาจะปกครองคนในกองผลิตได้อย่างไร?
“พอได้แล้ว เฉินเฟิง”
คิดได้ดังนั้น หวังเต๋อฟาก็หันกลับมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง แล้วพูดเสียงเย็นชา
“อย่าทำเกินไปนัก”
“ดูสภาพตัวเองตอนนี้สิว่าเหมือนอะไร”
“หิมะตกหนักขนาดนี้ ถ้าตีคนจนเป็นอะไรขึ้นมา นายจะรับผิดชอบยังไง?”
“ในฐานะเลขาหมู่บ้าน ฉันขอสั่งให้นายปล่อยมือเดี๋ยวนี้ รีบกลับเข้าบ้านไปซะ”
พอได้ยินอย่างนั้น
หลิวเหมยที่นอนแผ่อยู่บนพื้นหิมะ ถูกซ้อมจนมึนงงไปหมด พลันได้สติขึ้นมาเล็กน้อย
