เฉียวหลานซูไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร แน่นอนว่าเธอเป็นพนักงานประจำอยู่แล้ว อีกทั้งเดิมทีก็ตั้งใจจะลาออกอยู่แล้วด้วย
ที่เธอไม่แสดงออกมา ก็เพราะไม่อยากให้เทียนเหอเหมยดีใจเร็วเกินไป
อย่างไรเสีย เทียนเหอเหมยก็ดูไม่เหมือนคนป่วยเลยสักนิด เรื่องนี้จึงไม่มีความจำเป็นต้องยอมให้เธอ
เทียนเหอเหมยกลัวว่าจะต้องออกจากตำแหน่งนี้จริง ๆ จึงขยันทำงานตลอดทั้งวัน ไม่ยอมให้เฉียวหลานซูทำงานอะไรเลย
เธอวิ่งวุ่นทำงานอยู่คนเดียว ทั้งยังพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานอย่างมีนัยว่าตัวเองขยันขันแข็ง ทำงานเสร็จเรียบร้อยสวยงาม ไม่เหมือนเฉียวหลานซูที่วันแรกก็มานอนหลับอยู่ข้างใน แบบนี้จะได้อย่างไรกัน?
สามวันแรกที่เฉียวหลานซูกลับมาทำงาน จริง ๆ แล้วเป็นช่วงส่งมอบงานระหว่างเธอกับเทียนเหอเหมย ส่วนใครจะถูกย้ายตำแหน่งนั้น แผนกบุคคลยังไม่ได้แจ้งลงมา จึงยังไม่แน่ชัดในตอนนี้
แต่ตามปกติแล้ว คนที่ถูกย้ายตำแหน่งย่อมเป็นเทียนเหอเหมย
ดังนั้นหลายวันนี้เทียนเหอเหมยจึงพยายามหาทางวิ่งเต้น ใช้เส้นสายเพื่อให้อยู่ในคลังสินค้าต่อไป
น่าเสียดายที่เธอไปถามคนในแผนกบุคคลแล้ว อีกฝ่ายบอกว่าต้องทำตามระเบียบขั้นตอน
เทียนเหอเหมยถามว่าระเบียบขั้นตอนคืออะไร
คำตอบจากแผนกบุคคลก็คือ ให้เทียนเหอเหมยรีบส่งมอบงานให้เฉียวหลานซูให้เรียบร้อย แล้วอีกสามวันค่อยกลับไปหั่นผักที่แผนกผักดอง ตอนนี้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว แผนกผักดองกำลังยุ่ง คนงานหั่นผักมีไม่พอ ต้องทำผักดองทุกวันจนมือด้านเป็นตาปลา!
เทียนเหอเหมยกลับไปปรึกษาสามีที่เป็นช่างเทคนิค แล้วก็พบว่าถ้าอาศัยแค่เส้นสาย เธอไม่มีทางเอาชนะเฉียวหลานซูได้แน่
อย่างไรเสีย ผู้จัดการโรงงานก็เป็นพี่ชายลูกพี่ลูกน้อง เรื่องนี้ใคร ๆ ก็รู้
ถ้าอาศัยแต่เส้นสาย แล้วจะมีใครมีเส้นสายแข็งแกร่งกว่าเฉียวหลานซูได้อีก?
ดังนั้นเทียนเหอเหมยจึงคิดว่าจะต้องหาเรื่องผิดพลาดในการทำงานให้เฉียวหลานซู แล้วฉวยโอกาสผลักเธอออกไป
วันต่อมา หลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จ พอถึงเวลาทำงานช่วงบ่าย เทียนเหอเหมยก็จงใจหาเหตุผลเพื่อกลับมาช้าครึ่งชั่วโมง
