เช้าวันนั้น เติ้งเหวยจวิน น้องชายของเติ้งเสียวเจิน ก็มาที่หมู่บ้านหลังของกองทหารเพื่อตามหาเฉียวหลานซู
ฉินหยวนเจิ้งยังอยู่ในช่วงวันลาแต่งงาน ทุกวันเอาแต่คิดอยากอยู่แนบชิดกับภรรยาสาวของตัวเอง เดิมทีเขาไม่อยากออกจากบ้านเลย
อย่างไรเสียก็เห็นอยู่ว่าเตียงเตาแห้งใกล้จะพอดีแล้ว ไม่แน่ว่าคืนนี้อาจจะได้นอนบนเตียงเตาก็ได้
ภรรยาสาวที่ทั้งว่าง่ายทั้งหน้าตาสวยเดินวนเวียนอยู่ตรงหน้าเขาทุกวัน เขาอดใจไม่ไหวจริง ๆ
พอเห็นเติ้งเหวยจวินมา เขาก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง ยืนอยู่ตรงประตูแล้วถามว่า “เหวยจวิน มาทำอะไรที่นี่”
นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เติ้งเหวยจวินมาที่นี่ พอเห็นฉินหยวนเจิ้งทำหน้าบึ้ง เขาก็รีบยืดตัวตรงทันที “ผู้บัญชาการฉิน หัวหน้าโรงงานเรียกผมมาครับ คุณเสี่ยวเฉียวไม่ได้บอกว่าอยากหางานทำหรือครับ ปีนี้โรงงานผลิตอาหารของเรารับคนงานชั่วคราว วันนี้ต้องเข้าโรงงานพร้อมกันเพื่อทำเรื่องเริ่มงาน ผมเลยมาถามว่าคุณเสี่ยวเฉียวยังจะไปไหมครับ”
ฉินหยวนเจิ้ง “……”
ในฐานะนายทหารของหน่วย ฉินหยวนเจิ้งมีวิธีช่วยหางานให้เฉียวหลานซูอยู่ แต่ก็ต้องรอโอกาส เพราะมีครอบครัวทหารที่ติดตามสามีมาอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก คนที่ต้องการโอกาสทำงานก็มีไม่น้อย
อย่างเช่นตำแหน่งครูในฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เฉียวหลานซูเคยพูดถึง คนที่ทำงานตำแหน่งนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นครอบครัวทหาร
ที่จริงฉินหยวนเจิ้งไม่ค่อยอยากให้คุณเสี่ยวเฉียวไปทำงาน อย่างไรเสียเขาก็เลี้ยงเธอได้สบายอยู่แล้ว
ต่อไปเขาคงไม่มีลูกแน่นอน ดังนั้นเขาจึงคิดว่าจะเลี้ยงภรรยาสาวเหมือนเลี้ยงเด็ก
เธอจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตอย่างไร้กังวล เงินของเขามากพอจะเลี้ยงเธอได้
แต่ดูเหมือนคุณเสี่ยวเฉียวจะไม่ได้คิดแบบนั้น
เฉียวหลานซูเดินออกมาจากในห้อง ถามเขาว่า “พี่เจิ้ง ใครหรือคะ”
เหมือนเธอจะได้ยินคำว่าโรงงานผลิตอาหารอะไรสักอย่าง
ฉินหยวนเจิ้งหลีกทางให้ แล้วพูดกับเติ้งเหวยจวินว่า “เข้ามานั่งก่อนสิ”
