เฉียวหลานซูกับกวนเหวินจวิ้นตรวจสอบกันอีกครั้ง
พบว่ากวนเหวินจวิ้นไม่ได้หาสถานที่ผิดจริง ๆ แต่ฝ่ายตรงข้ามคงวางสายสืบไว้ จึงขนย้ายของทั้งหมดไปล่วงหน้าแล้ว
ฉินหยวนเจิ้งกับเฉียวหลานซูนั่งอยู่บนโซฟา ส่วนกวนเหวินจวิ้นนั่งอยู่ตรงข้าม เขาคุ้นเคยกับที่นี่ดี หยิบถ้วยชามารินชาเองอย่างไม่เกรงใจ
เขายังเปิดลิ้นชักหยิบใบชาออกมาหนึ่งห่อ แล้วใส่ลงในถ้วยของตัวเองหนึ่งหยิบมือ
ฉินหยวนเจิ้งอดทนกับเขาเต็มที่เพราะเห็นแก่ภรรยาสาว หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าพอทะเลาะกันแล้วจะทำให้เฉียวหลานซูตกใจ เขาคงลงมือไปนานแล้ว
ในสายตาของเขา ภรรยาของเขาทั้งอ่อนหวานน่ารัก บอบบางและใจดี แค่ตกใจนิดหน่อยก็รับไม่ไหวแล้ว
กวนเหวินจวิ้นชงชาให้ตัวเองแล้วดื่มไปสองสามอึก เฉียวหลานซูเอ่ยอย่างกังวลว่า “แล้วตอนนี้จะทำยังไง เรื่องนี้จะไม่เอาความแล้วหรือ”
เรื่องใหญ่ขนาดนี้ จะปล่อยผ่านไปไม่ได้หรอก
ฉินหยวนเจิ้งฟังเรื่องราวทั้งหมดจบแล้ว จึงกล่าวว่า
“พวกนั้นคงมีสายสืบอยู่ไม่น้อย คนที่กล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ ย่อมต้องระมัดระวังตัวมาก แต่การจะขนย้ายของทั้งหมดได้ในเวลาอันสั้น นอกจากต้องมีคนช่วยหลายคนแล้ว ยังต้องมีที่พักของอยู่ใกล้ ๆ ด้วย พวกมันคงขนขนมเกลียวทอดไปไว้แถวนี้ เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ลองไปตรวจดูที่เกิดเหตุ อาจได้เบาะแสก็ได้”
กวนเหวินจวิ้นถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “เมื่อครู่เราก่อเรื่องกันไปขนาดนั้น ตอนนี้ยังมัวเสียเวลาอยู่ที่นี่ ต่อให้มีร่องรอยอะไรหลงเหลืออยู่ พวกนั้นก็คงลบไปหมดแล้ว กลับไปตอนนี้ก็คงไม่ได้อะไรหรอก”
