ความสนใจของกวนเหวินจวิ้นจดจ่ออยู่กับการพูดคุยกับเฉียวหลานซูเป็นหลัก แต่ก็ยังคอยเหลือบมองตรอกตลาดมืดฝั่งตรงข้ามเป็นระยะ
เขาอยากดูว่าผู้หญิงที่ค้าของเถื่อนแล้วทำให้เขาบาดเจ็บคนนั้นมาหรือยัง
แต่เอาจริง ๆ เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะหาผู้หญิงคนนั้นเจออีก
เพราะถ้าเป็นคนทั่วไปเจอเรื่องแบบนี้ก็คงหลบซ่อนตัว ไม่มีทางกล้าโผล่มาอีกแน่
อีกอย่าง ดูจากเสื้อผ้าการแต่งกายของผู้หญิงคนนั้นแล้ว เหมือนจะมาจากหมู่บ้าน
แต่มีจุดหนึ่งที่แปลกอยู่เหมือนกัน ตามหลักแล้ว ผู้หญิงจากหมู่บ้านไม่มีทางแยกผักเพ็กกับหญ้าป่าไม่ออก
ถึงพืชสองชนิดนี้จะหน้าตาคล้ายกันก็เถอะ
แต่คนท้องถิ่นแยกออกกันทั้งนั้น อย่างไรเสียก็เป็นผักที่กินมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่กวนเหวินจวิ้นที่ทำอาหารไม่เป็นก็ยังแยกออกเลย
ดังนั้น ช่วงนี้กวนเหวินจวิ้นถึงได้มาซุ่มอยู่ที่นี่ อย่างแรกคือเขาอัดอั้นใจ อยากแก้แค้นจริง ๆ
อย่างที่สอง เขาสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นสายลับ!
ตั้งแต่เขาติดตามซือเจอเหมาไปทำคดีสายลับครั้งนั้น จับคนหนึ่งได้ก็สาวไปถึงอีกคน จนจับสายลับกลับมาได้รวดเดียวถึงห้าคน
เขาถึงกับตกตะลึง
สายลับพวกนั้นบางคนเป็นชาวนา บางคนเป็นปัญญาชนลงชนบท บางคนถึงขั้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น
ลองคิดดูก็น่ากลัวจริง ๆ
ไม่รู้ว่าพวกคนเลวเหล่านี้แทรกซึมเข้ามาในแผ่นดินของเราแล้วมากแค่ไหน
เพราะอย่างนั้น ตอนนี้เขามองใครก็เหมือนเป็นสายลับไปหมด
ถ้ายังจับผู้หญิงที่ทำเขาบาดเจ็บคนนั้นไม่ได้สักวัน เขาก็คงนอนไม่หลับ
ตอนคุยกับเฉียวหลานซู เขาแทบไม่ได้สังเกตเลยว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเดินตามอยู่ข้างเธอ
หญิงสาวคนนั้นเหมือนมีธุระ จู่ ๆ ก็รีบร้อนวิ่งออกไป
เฉียวหลานซูร้องเรียก ก่อนจะบอกกวนเหวินจวิ้นว่า “เพื่อนฉันมีธุระกะทันหัน ฉันต้องไปกับเธอ คงต้องขอตัวก่อนนะ อ้อ ผู้อำนวยการกวน คนในคณะกรรมการปฏิวัติของพวกคุณมีเยอะ คงคุ้นเคยกับแถวนี้ดี ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมว่ามีบ้านเล็ก ๆ ให้เช่าแถวโรงงานผลิตอาหารหรือเปล่า พอดีเพื่อนฉันกำลังหาที่อยู่ ผู้หญิงคนเดียว อยู่คนเดียว ถ้าเจอที่เหมาะ ๆ ก็ช่วยจับตาดูให้หน่อยนะ ขอบคุณล่วงหน้าเลย”
เฉียวหลานซูพูดจบอย่างรีบร้อน แล้วก็วิ่งตามเพื่อนคนนั้นไป
กวนเหวินจวิ้น “……”
