หลังฉินหยวนเจิ้งจากไป เฉียวหลานซูก็นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียงเตาอยู่นานกว่าจะฟื้นตัว
เธอได้ยินเสียงจงเหมยกับอันอันคุยกันดังมาจากนอกห้อง ทั้งยังได้ยินเสียงหนิวหวาวิ่งไล่สุนัขไปรอบลานบ้านอย่างวุ่นวาย
และยังมีเสียงป้าสือวิ่งเข้าไปในสวนผัก ด่าหนิวหวาที่เหยียบต้นกล้าผักของนางเสียหายอีกแล้ว
เฉียวหลานซูหยิบนาฬิกาข้อมือบนหัวเตียงขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นเวลาสิบโมงเช้าแล้ว
สายขนาดนี้แล้วเหรอ!
เฉียวหลานซูยื่นมือไปนวดเอวด้านหลัง รู้สึกทั้งเอวทั้งขาปวดเมื่อยไปหมด ทั้งตัวเหนื่อยล้าเหลือเกิน
โทษฉินหยวนเจิ้งทั้งนั้น เขานี่มัน...ช่าง...ช่าง...
เฉียวหลานซูฟุบลงบนผ้าห่ม หลับตาพักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า
เมื่อเฉียวหลานซูแต่งตัวและล้างหน้าบ้วนปากเสร็จ เดินออกมาถึงลานบ้าน
หนิวหวาที่กำลังเถียงกับป้าสืออยู่ พอเห็นเธอก็พุ่งเข้ามาทันที กอดขาเฉียวหลานซูแล้วร้องไห้โฮ ลูกสุนัขที่ฉินหยวนเจิ้งอุ้มกลับมาจากสนามก่อสร้างในเขตเหมืองก็วิ่งตามหลังหนิวหวามา เห่าเสียงดังไม่หยุด
จงเหมยกับป้าสือต่างมองจนตาค้าง
เด็กแสบคนนี้ ถึงกับกลับดำเป็นขาวเสียได้
เฉียวหลานซูถูกหนิวหวาที่ตัวโตเหมือนลูกวัวพุ่งชนจนเกือบล้ม
เธอรีบย่อตัวลง กอดหนิวหวาแล้วถามว่า “เป็นอะไรไป เป็นอะไรไป หนิวหวาของบ้านเราโดนใครรังแกมาหรือ?”
หนิวหวาร้องไห้โฮ พร้อมกับยื่นก้นแดงก่ำให้เฉียวหลานซูดู
เฉียวหลานซูกลั้นหัวเราะ พลางลูบให้เขาเบา ๆ แล้วเงยหน้ามองป้าสือ
ป้าสือจัดต้นกล้าผักในสวนไปด้วย พูดอย่างโมโหไปด้วยว่า “เด็กแสบคนนี้ แต่เช้าฉันให้ช่วยรดน้ำผัก พอรดไปได้ครึ่งทางก็เล่นน้ำเสียอย่างนั้น นอกจากทำเสื้อผ้าตัวเองเปียกหมดแล้ว ยังท่วมต้นกล้าผักของฉันอีก ดูสิ ตรงนี้กลายเป็นแอ่งน้ำไปหมดแล้ว”
ที่น่าโมโหยิ่งกว่านั้นคือ หนิวหวารู้ด้วยว่าเสื้อผ้าเปียกแล้วจะเป็นหวัด เลยถอดเสื้อผ้าเปียก ๆ โยนไว้ในสวนผัก จนเปื้อนดินไปหมด
จงเหมยอุ้มอันอันอยู่ใต้ชายคา มองเห็นหนิวหวาเล่นสาดน้ำกับสุนัขอยู่ไกล ๆ ที่จริงเธอเคยห้ามหนิวหวาแล้ว แต่หนิวหวาไม่ตอบสนองเลย
ไม่รู้ว่าไม่ได้ยินจริง ๆ หรือจงใจไม่ฟังเธอกันแน่
จงเหมยจึงไปเรียกป้าสือออกมา
จากนั้นป้าสือก็จับหนิวหวาไว้ แล้วตีก้นเขาไปสองสามที
