ไหลหงเหมารู้สึกว่าเฉียวหลานซูกับจงเหมยช่างทำตัวน่าประหลาดจริง ๆ
เขาเข้าหาจงเหมยมาสองเดือนกว่าแล้ว แต่ที่จริงมีโอกาสไปส่งจงเหมยกลับบ้านไม่มากนัก
ช่วงก่อนหน้านี้โรงงานผลิตอาหารยุ่งมาก เพราะใกล้ถึงวันไหว้พระจันทร์แล้ว ยอดสั่งซื้อของโรงงานผลิตอาหารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คนงานทีมผักดองกับทีมขนมปังต่างก็ทำงานล่วงเวลา วุ่นอยู่กับการทำขนมไหว้พระจันทร์ ขนมแป้งน้ำตาล และผักดองผักหมักสารพัดชนิด
ไหลหงเหมาเป็นคนรับผิดชอบนวดแป้งอยู่ในทีมขนมปัง ทุกวันยุ่งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไม่เคยเลิกงานตรงเวลาเลยสักครั้ง
ในที่สุดสองวันนี้ก็พอมีเวลาว่าง เขาจึงรีบมาหาจงเหมยทันที
ผลกลับกลายเป็นว่าโดนเฉียวหลานซูตบเข้าให้หนึ่งฉาด
สีหน้าไหลหงเหมาตึงเครียด เขาจอดจักรยานพิงกำแพง จากนั้นก็จ้องจงเหมยพลางพูดว่า “จงเหมย มาคุยกับผมหน่อย ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณ”
พูดแล้วเขาก็เหลือบมองเฉียวหลานซู ก่อนจะเสริมอีกประโยคว่า “เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่สะดวกให้คนอื่นอยู่ด้วย”
เฉียวหลานซูเหลือบมองเขาอย่างดูแคลน แล้วว่า “คุณจะมีพิรุธอะไรนักหนา? มีเรื่องอะไรที่พูดต่อหน้าคนอื่นไม่ได้ ถึงต้องคุยกันลับ ๆ?”
ไหลหงเหมาโกรธจนหน้าแดงก่ำ ถ้าไม่เกรงว่าเฉียวหลานซูเป็นน้องสะใภ้ของผู้อำนวยการหยาง เขาคงมีเรื่องกับเธอไปแล้ว!
จงเหมยรู้ว่าเฉียวหลานซูโกรธจริง ๆ
จงเหมยไม่สะดวกจะตัดสัมพันธ์กับไหลหงเหมาอย่างเปิดเผย แต่เฉียวหลานซูไม่ต้องคอยเกรงใจเรื่องนี้ จึงตัดสินใจออกหน้าแทนจงเหมย
จงเหมยกดเฉียวหลานซูไว้ แล้วกระซิบว่า “ฉันไปพูดกับเขาให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องมาตามตื๊อฉันอีกทีหลัง”
แม้เธอกับไหลหงเหมาจะเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่เพื่อนร่วมงานในโรงงานต่างรู้ว่าไหลหงเหมากำลังตามจีบจงเหมย บางครั้งเห็นทั้งคู่ด้วยกันก็ยังอดแซวและโห่ฮิ้วไม่ได้
กว่าจงเหมยจะตั้งหลักได้ มีงานทำ มีบ้านเช่า เธอไม่อยากหาเรื่องยุ่งยากใส่ตัว
ดังนั้นเธอจึงเดินตามไหลหงเหมาไปข้าง ๆ แล้วพูดกับเขาว่า “สหายไหลหงเหมา คุณมีอะไรจะพูดหรือ?”
