เฉียวหลานซูไม่เคยคิดเลยว่า ทั้งที่อายุยังไม่ถึงสามสิบ ก็ต้องมาปวดหัวกับปัญหารักวัยเรียนของลูกชายแล้ว
ถึงเด็กคนนี้จะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเธอก็ตาม
แต่เธอก็ถือว่าเป็นผู้ปกครองของหานเย่
ถึงอย่างไรคุณครูที่นี่ก็รู้กันหมดว่าหานเย่ยอมรับเธอเป็นแม่
ดังนั้นเรื่องของหานเย่ ถ้าติดต่อหานเหวินหลินไม่ได้ พวกคุณครูก็จะมาคุยกับเฉียวหลานซู
ก่อนหน้านี้เรื่องที่มาปรึกษาเธอล้วนเกี่ยวกับการเรียน ซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยทั้งนั้น
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องรักวัยเรียนเสียแล้ว
เฉียวหลานซูยกมือขึ้นนวดขมับ พูดอย่างปวดหัวว่า “เดี๋ยวฉันจะไปถามเขาดู ว่าตกลงเป็นมายังไง”
เจ้าเยี่ยนฝางพยักหน้า พูดเสียงเบาว่า “นิสัยของหานเย่น่ะ ถึงจะค่อนข้างดื้อจนสั่งสอนยาก แต่เขาเป็นที่นิยมในโรงเรียนมาก ปกติตอนเรียนก็มีเด็กผู้หญิงส่งกระดาษข้อความให้ตั้งเยอะ ถ้าจะบอกว่าเขารักวัยเรียน ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
เฉียวหลานซูฟังแล้วพูดว่า “ถึงเขาจะไม่ค่อยเชื่อฟัง แต่ก็เป็นเด็กที่รู้ความและสุขุม เรื่องนี้อาจมีอะไรอยู่เบื้องหลัง เด็กผู้หญิงคนนั้นวันนี้ไม่มาเรียนหรือ ถ้าอย่างนั้นรอให้เธอมาก่อนแล้วค่อยถามดีไหม”
เจ้าเยี่ยนฝางลุกขึ้นเก็บข้าวของพลางพูดว่า “คุณครูเฉียว เราสนิทกันขนาดนี้แล้ว ฉันไม่ต้องรับรองอะไรคุณหรอก ช่วงพักระหว่างคาบคุณไปถามหานเย่ดูนะ ส่วนฉันต้องไปเยี่ยมบ้านเด็กผู้หญิงคนนั้น จะได้รู้ว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกับเธอ”
เจ้าเยี่ยนฝางสะพายกระเป๋า สวมหมวก แล้วพูดต่อว่า “เด็กวัยนี้เป็นวัยที่ห่วงหน้าตาที่สุด โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง จดหมายรักที่เขียนไว้ถูกเอาไปแปะให้คนเห็นต่อหน้าต่อตา แถมยังโดนเพื่อนทั้งห้องหัวเราะเยาะ เป็นเรื่องกระทบใจไม่น้อย ฉันไม่ไปดูให้รู้ก็ไม่สบายใจ”
เฉียวหลานซูตอบว่า “ได้ค่ะคุณครูเจ้า งั้นคุณไปก่อนเถอะ ฉันจะไปถามหานเย่เดี๋ยวนี้”
ที่จริงคุณครูเจ้าเคยเรียกหานเย่มาสอบถามแล้ว
หานเย่ยืนกรานว่าไม่ได้รักวัยเรียน แต่พอถามเรื่องอื่น เขากลับไม่ยอมพูด
อย่างเช่น เขาเคยเขียนจดหมายตอบเด็กผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า
เคยไปเขาด้านหลังกับเด็กผู้หญิงคนนั้นไหม
หรือที่เด็กผู้หญิงพูดว่าเขาทำอนาจารนั่นมันเรื่องอะไร เขาไปแตะต้องตัวเด็กผู้หญิงเข้าหรือเปล่า
