ในเมื่ออีกฝ่ายถึงขั้นบุกมาก่อเรื่องถึงในโรงเรียน ลักษณะของเรื่องนี้ก็เปลี่ยนไปแล้ว
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องระหว่างเด็กสองคนอีกต่อไป เฉียวหลานซูจึงไม่คิดจะออกหน้าเอง
แต่ถึงตอนนี้ ถ้ามีแค่เจ้าหน้าที่ฝ่ายอารักขาของโรงเรียนออกมาจัดการก็ยังไม่พอ
เรื่องนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาไกล่เกลี่ยถึงจะได้
อีกฝ่ายจงใจหาเรื่องอย่างเห็นได้ชัด แถมยังพูดขู่ว่าจะตีคนให้ตาย ใครจะรับผิดชอบไหว?
ความสามารถของโรงเรียนอาจไม่พอที่จะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย
ยิ่งไปกว่านั้น เฉียวหลานซูจะปล่อยให้หานเย่ตกเป็นเป้าของคนพวกนี้จริงๆ ไม่ได้
หลังจากเฉียวหลานซูแยกกับคุณครูเจ้า คุณครูเจ้าก็กลับไปยังแผนกมัธยมต้นเพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายอารักขาของโรงเรียน
ส่วนเฉียวหลานซูก็ออกจากโรงเรียน มุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจ
ก่อนหน้านี้เธอยังคิดว่าเรื่องนี้จัดการได้ง่ายๆ รอให้เด็กผู้หญิงคนนั้นมาโรงเรียน แล้วให้หานเย่กล่าวขอโทษก็พอ
อย่างไรเสีย เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะหานเย่ทำจดหมายรักที่อีกฝ่ายส่งมาให้หายไป ไม่ว่าจะพูดอย่างไร หานเย่ก็หนีความเกี่ยวข้องไม่พ้น
แต่ตอนนี้ดูแล้ว อีกฝ่ายก่อเรื่องจนใหญ่โตขนาดนี้ ไม่แน่ว่าจงใจพุ่งเป้ามาที่หานเย่จริงๆ
ถ้าอย่างนั้นก็จะให้หานเย่ขอโทษไม่ได้
หากขอโทษก็เท่ากับยอมรับว่าตัวเองผิด พออีกฝ่ายจับจุดนี้ได้ เขาก็ยิ่งปัดความเกี่ยวข้องไม่พ้น
เฉียวหลานซูคิดเช่นนี้แล้ว ในใจก็ค่อยๆ มองเห็นทางออก ทันใดนั้นเธอก็ไม่ตื่นตระหนกเท่าเดิม และเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปสถานีตำรวจเร็วขึ้น
สถานีตำรวจอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน เพราะบริเวณนี้มีโรงเรียนหลายแห่งและมีเด็กจำนวนมาก สถานีตำรวจจึงตั้งอยู่ใกล้โรงเรียน
เดินเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงสถานีตำรวจแล้ว
แต่ระหว่างทาง ขณะที่เฉียวหลานซูเดินผ่านหัวมุมถนน จู่ๆ ก็เห็นหานเย่เข้า
เจ้าเด็กตัวแสบนั่นกำลังถือไม้กระบองอยู่ในมือ วิ่งมุ่งหน้าไปทางโรงเรียน ด้านหลังยังมีพวกอันธพาลข้างถนนตามมาหลายคน แถมทุกคนก็ถือไม้กระบองกันหมด ไม่รู้ว่าหานเย่ไปรู้จักคนพวกนี้มาจากไหน!
หัวใจของเฉียวหลานซูแทบหยุดเต้น
เจ้าเด็กเหลือขอนี่คิดจะทำอะไรกันแน่?
