หลังจากรู้ว่าเฉียวหลานซูเป็นผู้หญิงที่รังเกียจคนจนและชอบคนรวย ฉู่เหลียงจวินก็เคยคิดอยู่เหมือนกันว่า จะเลิกล้มความตั้งใจไปเสียเลยดีไหม
ดูจากสภาพครอบครัวแล้ว ผู้หญิงคนนี้คงมีฐานะไม่เลว
เธอสวย ยังสาว มีงานประจำ แถมยังพักอยู่ในหมู่บ้านหลังของกองทหาร ตอนเลิกงานก็มีนายทหารไปส่ง คงไม่ขาดผู้ชายดี ๆ ที่หมายปองเธอหรอก
แต่ฉู่เหลียงจวินเป็นคนตาถึง ผู้หญิงที่ชอบเขา เขากลับไม่ชอบ
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พอได้เจอผู้หญิงอย่างเฉียวหลานซู เขาก็ยิ่งไม่สนใจผู้หญิงคนอื่นเข้าไปใหญ่
ดังนั้นหลังกลับมา เขาจึงครุ่นคิดว่าจะไปขอยืมเงินจากญาติผู้พี่ของแม่สักหน่อยดีไหม อย่างไรเสียฉู่ไหหมิง ญาติผู้พี่ของแม่เขาก็เป็นหัวหน้าร้านสหกรณ์การค้า ฐานะดี คงมีเงินอยู่ไม่น้อย
แต่จะเอ่ยปากกับญาติผู้พี่ของแม่อย่างไร ก็เป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน
หลังกลับมา ฉู่เหลียงจวินพลิกตัวไปมาจนดึกดื่น ในหัวมีแต่เฉียวหลานซู
ไม่รู้ว่าเพราะกลางวันคิดถึงเธอมากเกินไปหรือเปล่า พอหลับไปตอนดึก เขาก็ฝันเห็นเฉียวหลานซูขึ้นมา
เฉียวหลานซูในฝันไม่ได้วางตัวสูงส่ง เชิดหน้ามองคนด้วยหางตาเหมือนตอนที่เขาเห็นเธอที่โรงงานผลิตอาหารเมื่อกลางวัน
ในฝัน ฉู่เหลียงจวินเจอเฉียวหลานซูระหว่างทางกลับจากกะกลางคืน
ตอนแรก พอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งหมดสติอยู่บนถนน เขาก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปยุ่ง
แต่เขาแค่ก้มลงมองอย่างไม่ใส่ใจ เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ขาวผ่องน่ารักของสาวน้อยเข้า ก็พลันก้าวขาไม่ออก
เวลานั้นบนถนนไม่มีคนอยู่พอดี ลมหนาวปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดหวีดหวิว อากาศหนาวจนแทบไม่มีคนเดินอยู่ข้างนอก
หญิงสาวที่หมดสติอยู่บนพื้นสวมเสื้อผ้าบาง ๆ ใบหน้าซีดขาว
ฉู่เหลียงจวินสงสัยว่าเธอหมดสติเพราะถูกความหนาวเย็นเล่นงาน
เขามองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น ก็ถอดเสื้อบุนวมเก่า ๆ ของตัวเองออกมาห่อตัวหญิงสาวที่หมดสติไว้ จากนั้นก็แบกเธอขึ้นหลังแล้วเดินจากไป
เพราะกลัวว่าครอบครัวของหญิงสาวจะตามมาเจอ เขาจึงเลือกเดินไปตามทางเล็ก ๆ
ทั้งยังอ้อมไปหลายเส้นทางเป็นพิเศษ
แต่เดินไปได้ครึ่งทาง จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเพิ่งเข้ามาในเมืองได้ไม่นาน ตอนนี้ก็ไม่มีที่ไหนให้ไป
