นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งล้วน ๆ หากมีความคล้ายคลึงกับเรื่องใด ถือเป็นเหตุบังเอิญเท่านั้น หวังว่าท่านผู้อ่านผู้มีอันจะกินจะช่วยอุดหนุน ส่วนผู้ไม่มีก็ช่วยติดตามให้กำลังใจด้วย
จุดเช็กอินรูปภาพสี่แยกโฮ่วเอี้ยน ☞️☞
จุดเช็กอินสาวงาม ☞️️☞☞☞️
จุดเช็กอินหนุ่มหล่อ ☞️☞️☞☞
จุดเช็กอินตัวป่วน ️☝
ฤดูใบไม้ร่วงปี 1947 เมืองเป่ยผิง
กู้ฉางเกินทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ลากสังขารอันอ่อนล้ากลับบ้าน มือล้วงเข้าไปในกระเป๋า สัมผัสธนบัตรเฟ่าปี้หนึ่งหมื่นหยวนที่เพิ่งได้มา อดไม่ได้ที่จะด่าในใจ ชัด ๆ เลยว่ามันไม่ใช่คน เงินเฟ่าปี้นี่ค่าตกลงยิ่งกว่ากระดาษเช็ดตูดเสียอีก
เงินหนึ่งหมื่นนี้ เป็นเงินที่เขาได้มาจากการแบกกระสอบหนักที่ท่าเรือทั้งวัน แลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย แต่ในท้องตลาดตอนนี้ ซื้อข้าวฟ่างได้แค่ชั่งครึ่ง หรือไม่ก็แป้งสองชั่ง แค่จะให้อิ่มท้องยังลำบาก
ไม่นาน กู้ฉางเกินก็กลับมาถึงลานบ้านที่เช่าอยู่
นี่คือบ้านซื่อเหอย่วนแบบสามลาน เขามีเงินจำกัด เลยเช่าแค่ห้องเล็ก ๆ ประมาณสิบตารางเมตร ห้องคับแคบอึดอัด แต่เขาไม่มีทางเลือก จนก็ต้องทน ๆ เอา
เพิ่งเดินเข้าลานหน้า ชายวัยสามสิบกว่า ใส่แว่นตาคนหนึ่งก็ชำเลืองมองมาทางเขาด้วยท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ
“ฉางเกิน กลับมาแล้วเหรอ”
กู้ฉางเกินพยักหน้า ทักทายอย่างสุภาพ “อาจารย์เหยียน วันนี้ท่านก็กลับมาเร็วเหมือนกันนะขอรับ”
เหยียนฟู่กุ้ยกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นกู้ฉางเกินมือเปล่า ไม่ได้หิ้วอะไรกลับมาเลย หมดอารมณ์จะคุยต่อทันที ได้แต่ตอบรับงึมงำ แล้วเบือนหน้าหนี
ใช่แล้ว อาจารย์เหยียนคนนี้ ก็คือ ‘ซานต้าเหย’ เหยียนฟู่กุ้ย ในละครโทรทัศน์เรื่อง ‘ชิงหม่านซื่อเหอย่วน’ นั่นเอง
กู้ฉางเกินทะลุมิติมาสู่โลกคู่ขนานของซื่อเหอย่วนนี้ได้ครึ่งปีแล้ว
ส่วนสาเหตุที่เขามาอยู่ที่นี่ ตัวเขาเองก็ยังงง ๆ อยู่ เขาก็แค่อ่านนิยายแฟนฟิคชั่นแนวซื่อเหอย่วนในแอปฟานเฉียเสี่ยวซัวไปหลายพันเรื่อง อ่านไปก็ด่าไป ด่าพระเอกขี้ขลาด ด่าตัวประกอบปอกลอก ด่าคนแต่งเพี้ยน ด่านิยาย AI เขียนห่วยแตก สงสัยจะด่าแรงเกินไป ตอนข้ามถนนเลยถูกรถบรรทุกต้าอวิ้นร้อยตันส่งมาที่นี่
ตอนเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ ๆ สภาพน่าสมเพชแค่ไหนก็แค่นั้น
อายุสิบสามปี ไม่มีพ่อไม่มีแม่ เด็กกำพร้าแท้ ๆ ร่างเดิมล้มอยู่บนถนน ไม่รู้ว่าถูกคนตีตาย หรืออดตายกันแน่ พอกู้ฉางเกินฟื้นขึ้นมา ก็มาอยู่ในร่างนี้แล้ว
มองดูท้องถนนที่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย สถานการณ์บ้านเมืองที่ปั่นป่วนไม่สงบ กู้ฉางเกินแทบโกรธจนเป็นลม
ตัวเขาเองเป็นแค่เด็กสิบสามปี ไม่มีเงินติดตัว ไม่มีใครให้พึ่งพา แล้วจะให้เดินขอทานไปตลอดชีวิตเลยงั้นเหรอ
ขณะที่เขากำลังจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง ระบบก็มาถึงตามกำหนด
นิ้วทองของเขาเรียกว่าระบบเพิ่มแต้ม ระบบเรียบง่ายมาก มีแค่พาเนลเดียว บนพาเนลมีค่าสเตตัสแค่สี่อย่าง พลังกาย ความเร็ว ความอึด กำลังจิต ทุกวันจะได้รับแต้มคุณสมบัติพื้นฐานหนึ่งแต้ม สามารถจัดสรรอิสระเพื่อเสริมพลัง
แต่พอกู้ฉางเกินรู้ว่านี่คือโลกของชิงหม่านซื่อเหอย่วน ก็จัดการระเบิดอารมณ์ใส่ระบบเป็นชุดยาวทันที เต็มไปด้วยถ้อยคำหยาบคายใส่แม่
เรื่องราวในซีรีส์ชิงหม่านซื่อเหอย่วนเริ่มต้นในปี 1965 แต่เขาดันถูกโยนมาไว้ที่ปี 1947 ห่างกันถึงสิบแปดปี
สิ่งเดียวที่ยังพอปลอบใจได้ก็คือ จุดส่งตัวอยู่ที่เป่ยผิง
ระบบมีข้อบังคับตายตัว ต้องไปถึงซื่อเหอย่วนบ้านเลขที่ 95 ตรอกหนานหลัวกู่เซี่ยงก่อน จึงจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เขาจึงเดินขอทานไปเรื่อย ถามทางไปเรื่อย ใช้เวลาสองวัน ในที่สุดก็เจอลานบ้านนี้
ตอนที่เปิดใช้งานระบบนั้น กู้ฉางเกินตื่นเต้นจนแทบเป็นลม แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เพราะหิวนั่นแหละ
เขาเปิดของขวัญผู้เล่นใหม่ทันที เสียงแจ้งเตือนสองเสียงดังขึ้นติด ๆ กัน
【ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ได้รับมิติพกพาหนึ่งแห่ง (ไร้ขีดจำกัด ภายในหยุดเวลา)】
【ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ได้รับร่างกายต้านทานพิษร้อยชนิด】
เห็นของรางวัลสองอย่างนี้ กู้ฉางเกินก็แทบบ้าคลั่งทันที
เขาวิ่งไปที่ภูเขาใกล้ ๆ ตลอดทาง ยังไงตัวเองก็ต้านทานพิษร้อยชนิดได้แล้ว จับอะไรที่กินได้ก็ยัดเข้าปาก กินอย่างบ้าคลั่ง ท่าทางแบบนั้น ทำเอาฝูงนกและสัตว์บนเขาตกใจไม่น้อย คิดว่ามันต้องเป็นพวกโรคจิตไม่กลัวตายแน่ ๆ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหาอย่างอื่นกินนะ แต่ค่าสเตตัสของตัวเองต่ำเกินไป นอกจากถอนหญ้า เก็บผลไม้ป่า แล้วอย่างอื่นก็ทำอะไรไม่ได้เลย
กู้ฉางเกินเคี้ยวเห็ดป่าสีสดใสในมือจนหมด เช็ดมือกับกางเกงไปด้วย เปิดหน้าต่างค่าสเตตัสในใจ
ชื่อ: กู้ฉางเกิน
พลังกาย: 5
ความเร็ว: 3
ความอึด: 2
กำลังจิต: 15
แต้มคุณสมบัติที่จัดสรรได้: 0
---
ในโลกนี้ ค่าเฉลี่ยของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ธรรมดา แต่ละค่าอยู่ที่ 10 แต้ม
ส่วนเขาในตอนนี้ นอกจากกำลังจิตจะสูงเกินคนปกติ สามค่าที่เหลือต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทั้งหมด
คิดว่าที่กำลังจิตสูง ก็เพราะเขามีชีวิตมาสองชาติ วิญญาณจึงแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาทั่วไปในยุคนี้มาก
กู้ฉางเกินเปิดประตูห้องตัวเอง
ห้องแคบ ๆ แค่วางเตียงหนึ่งหลัง โต๊ะหนึ่งตัว และเก้าอี้หนึ่งตัวได้ ห้องของเขาเป็นห้องหูของเรือนปีกตะวันออกในลานหน้า ข้าง ๆ ห้อง กู้ฉางเกินต่อครัวง่าย ๆ ขึ้นมาเองหนึ่งหลัง ชาวบ้านคนอื่นในลานก็ทำแบบนี้เหมือนกัน เบียดพื้นที่ออกมาเพิ่มอีกนิด ก็เพิ่มความสะดวกได้อีกหน่อย
ตอนนี้ของในเป่ยผิงแพงขึ้นทุกวัน ค่าเช่าบ้านก็ขึ้นตาม เงินเดือนกลับไม่ขึ้น เงินเฟ่าปี้ที่อุตส่าห์หาได้ก็ยังลดค่าลงเรื่อย ๆ
กู้ฉางเกินนั่งลงบนเตียง มองข้าวสารที่เหลือแค่ครึ่งกระสอบตรงมุมห้อง อดถอนหายใจไม่ได้ จากนั้นก็เปิดหน้าต่างค่าสเตตัส
ชื่อ: กู้ฉางเกิน
พลังกาย: 85
ความเร็ว: 33
ความอึด: 42
กำลังจิต: 45
แต้มคุณสมบัติที่จัดสรรได้: 1
มองดูแต้มคุณสมบัติอิสระที่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งแต้ม เขาเพิ่มลงในพลังกายทันทีโดยไม่ลังเล
แต้มเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่กู้ฉางเกินสะสมมาอย่างต่อเนื่องทุกวันตลอดครึ่งปี
จากตอนเพิ่งทะลุมิติ เด็กผอมแห้งแรงน้อยสูงแค่ 130 ซม. ตอนนี้สูงใหญ่ถึง 180 ซม. กล้ามเป็นมัด แม้การเพิ่มแต้มของระบบจะทำให้เขามีพลังกาย ความเร็ว ความอึด และกำลังจิตเหนือคนธรรมดา แต่กู้ฉางเกินก็พบอย่างจนใจว่าในยุคนี้ ตัวเขาไม่มีฝีมืออะไรเลย ต้องไปแบกกระสอบ แบกของหนักที่ท่าเรือ แลกเงินมาจุนเจือตัวเองเท่านั้น
ส่วนเหตุผลที่เขาทำงานคนเดียวได้ถึงแปดคน แต่ก็ยังแทบเอาตัวไม่รอด ส่วนใหญ่ก็เพราะเขากินเก่งเกินไป
คนอื่นกินหมั่นโถวลูกหนึ่ง เขาต้องกินแปดลูก เงินที่หาได้ นอกจากจ่ายค่าเช่าแล้ว ก็แทบจะยัดใส่พุงหมด
ไม่เสียแรงเลย เพราะตอนนี้กู้ฉางเกินมีซิกแพค เอวสอบ หลังหนา หุ่นสามเหลี่ยมคว่ำมาตรฐาน ถือว่าสมส่วนสมบูรณ์แบบ
เสียดายที่ไม่มีกระจกให้เขาได้ชื่นชมกับตา
กู้ฉางเกินออกไปที่เตาหน้าห้อง เทข้าวฟ่างห้าชั่งลงในหม้อ เติมน้ำให้พอ ติดไฟ ต้มไปเรื่อย ๆ
ระหว่างต้ม ฟืนใกล้หมดแล้ว เขาเดินตรงไปหน้าบ้านเหยียนฟู่กุ้ยที่อยู่ตรงข้าม ก้มลง คว้าฟืนบนพื้นขึ้นมา หันหลังกลับทางตัวเอง
ภาพนี้บังเอิญให้เหยียนฟู่กุ้ยเห็นเข้าพอดี เขารีบเปิดประตู พุ่งออกมา ตะโกนลั่น “หยุด! หยุด! กู้ฉางเกิน นี่แกจะทำอะไร”
กู้ฉางเกินจ้องตาขวับ อานุภาพน่าเกรงขาม เหยียนฟู่กุ้ยตกใจขาอ่อน แทบทรุดลงกับพื้น มองดูกล้ามเนื้อกำยำและแววตาดุดันของกู้ฉางเกิน เหยียนฟู่กุ้ยหุบปากฉับในทันใด
หยางรุ่ยหวา เมียเหยียนฟู่กุ้ย รีบวิ่งออกมา ลากเขาเข้าบ้าน “เฒ่าเหยียน ฟืนมันจะเสียไปก็เสียไป อย่าไปหาเรื่องดาวร้ายนั่นนะ”
เหยียนฟู่กุ้ยเจ็บใจจนเม้มปาก “นั่นมันฟืนของฉันนะ ฉันเก็บมาตั้งนานแน่ะ กว่าจะได้แค่นี้”
“พอเถอะ” หยางรุ่ยหวาเกลี้ยกล่อม “ฟืนหมดก็ยังหาใหม่ได้ ชีวิตน่ะ ถ้าหมดก็ไม่มีอะไรเหลือจริง ๆ”
เหยียนฟู่กุ้ยหมดคำพูด ได้แต่นั่งถอนใจเฮือก ๆ อยู่บนม้านั่ง
ส่วนกู้ฉางเกินทำเป็นทองไม่รู้ร้อน กลับมาที่เตา ก่อไฟต่อ
ที่เขาทำแบบนี้ ก็เพื่อจงใจสร้างภาพลักษณ์ว่าดุร้าย อย่ามาแหยม ตอนเพิ่งย้ายมาใหม่ ๆ เขายังผอมแห้ง กลัวจะโดนรังแก เวลาใครถามอายุ ก็เลยโก่งอายุให้มากกว่าเดิมไปหลายปี พอค่าแต้มพลังกายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รูปร่างก็สูงเร็วเหมือนเป่าลูกโป่ง พุ่งไปถึง 180 ซม.
ก่อนหน้านี้มีแก๊งเล็กแถวนั้นมาที่ลานเพื่อรีดไถค่าคุ้มครอง เห็นเขาไม่มีเงินก็จะลงไม้ลงมือรังแก กู้ฉางเกินรู้ซึ้งถึงหลักการที่ว่า ‘คนดีถูกรังแก ม้าดีถูกขี่’ จึงลงมือตรงนั้น หนึ่งคนล้มสิบคน
ตั้งแต่นั้นมา แถวบ้านเลขที่ 95 ตรอกหนานหลัวกู่เซี่ยงนี้ ทุกคนรู้กันดีว่ากู้ฉางเกินเป็นคนโหดที่แหยมไม่ได้
เพื่อรักษาภาพลักษณ์นี้ไว้ ปกติเขาจึงแทบไม่คบค้าสมาคมกับใคร ทำอะไรก็ตัดสินด้วยพลังหมัดเป็นหลัก