ไม่นาน กู้ฉางเกินก็แอบย่องมาถึงเรือนหน้า
เรือนหน้าเสียงดังอึกทึกครึกโครม ทั้งเสียงดื่มเหล้ากินกับข้าว เล่นเป่ายิ้งฉุบโวยวายปนกันไปหมด แถมยังมีคนพนันอยู่ในบ้านอีกสองสามคน กู้ฉางเกินสังเกตอย่างละเอียดรอบหนึ่งว่า เรือนข้างตะวันออกมีคนอยู่ประมาณสามคน เรือนข้างตะวันตกมีห้าคน ส่วนเรือนหลังใหญ่คงเป็นที่พักของพี่เฮ่อ ประตูปิดสนิท มองไม่เห็นสภาพข้างใน
กู้ฉางเกินตัดสินใจเด็ดขาด จะจัดการคนในเรือนตะวันออกตะวันตกก่อน แล้วค่อยไปปิดบัญชีเรือนใหญ่ทีหลัง เขาถอดหน้ากากลง หยิบกริชออกมาจากมิติ随身* เล่มหนึ่ง กำไว้ด้านหลัง เดินไปถึงหน้าประตูเรือนตะวันออก ผลักประตูเข้าไปตรง ๆ แล้วพลิกมือปิดประตูลง
คนสามคนในบ้านที่กำลังกินข้าวอยู่หันมามองเขาด้วยความเคยชิน คนหนึ่งถามอย่างสงสัยว่า “นี่ใคร? มาใหม่เหรอ?”
กู้ฉางเกินพยักหน้ายิ้ม ๆ “มาใหม่ พึ่งมาอยู่กับพี่เฮ่อ”
ทั้งสามคนไม่ได้คิดอะไร กินข้าวต่อ แถวนี้พวกอยากฝากตัวกับพี่เฮ่อมีมากอยู่แล้ว พวกเขาเห็นจนชินตาชินใจ
ตอนนี้ กู้ฉางเกินล้วงเอาเหรียญเงินออกมาจากกระเป๋าสองเหรียญโยนลงใต้โต๊ะ แล้วจงใจร้องว่า “นี่เงินใครตก?”
ทั้งสามคนก้มลงมองใต้โต๊ะทันที
กู้ฉางเกินงัดออกในชั่วพริบตา คว้าคนที่อยู่ใกล้ที่สุดมากรีดคออย่างเด็ดขาด ถ้าดูดี ๆ ที่หลังคอของคนนั้นจะมีรอยนิ้วลึกอยู่สองรอย จากนั้นเขาสาวเท้าเข้าไปหาคนที่สอง รัดต้นคอกระชากแรงจนขาดใจตายคาที่
คนที่สามกำลังเก็บเงินอยู่ได้ใจตะโกนว่า “เงินนี้ข้าเก็บได้แล้วเป็นของข้า ใครอย่าหวังมาแย่ง!”
พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นแววตาดุดันของกู้ฉางเกิน เขากำลังจะร้อง กู้ฉางเกินพุ่งกริชเข้าไปเต็มแรง ปักกลางหว่างคิ้ว ตายคาที่
มองดูสามคนที่ล้มกองกับพื้น กู้ฉางเกินเดินไปดึงกริชออกแล้วถือโอกาสค้นเอาทรัพย์สินติดตัวพวกนั้นไปจนหมด ได้เหรียญเงินมาสามสิบกว่าเหรียญ เขาเก็บกับข้าวที่ยังกินไม่หมดบนโต๊ะเข้ามิติ随身 แล้วยังขนโต๊ะเก้าอี้ม้านั่งในบ้านไปจนเกลี้ยง เก็บกวาดเสียสะอาดเอี่ยม
วิธีแม้แต่หญ้าสักเส้นยังไม่เหลือนี้ แม้แต่หนูเห็นยังต้องร้องไห้ กู้ฉางเกินมีพื้นเพเป็นขอทานมาก่อน ซึ้งดีว่าบ้านแตกสาแหรกขาด ถึงของพัง ๆ ก็ยังมีค่าควรเก็บ อะไรควรประหยัดก็ประหยัด อะไรควรเอาก็เอา ไม่มีเกรงใจสักนิด
มาถึงเรือนตะวันตก ฟังเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังออกมาจากข้างใน กู้ฉางเกินขมวดคิ้ว ในบ้านมีคนมาก ถ้าจัดการเร็วไม่ได้ก็จะก่อความโกลาหลง่าย เขาคิดสักครู่ แล้วยกมือเคาะประตูสองที
คนในบ้านได้ยินเสียงเคาะ หัวหน้าคนหนึ่งที่กำลังเขย่าลูกเต๋าอยู่ก็ตะคอกใส่คนที่นั่งใกล้ประตูด้วยความรำคาญ “ไปดูซี เรื่องอะไร”
คนนั้นเพิ่งก้าวออกจากประตู ก็ถูกกู้ฉางเกินปิดปากบิดคอหักอย่างรวดเร็ว กู้ฉางเกินใช้ไม้อีก แล้วล่อให้มีคนออกมาอีกคน จัดการเสียบเรียบร้อยเหมือนกัน
คนที่เหลืออยู่สามคนในบ้านรู้สึกผิดสังเกต มองหน้ากันเลิ่กลั่ก กำลังจะออกไปดู ก็ได้ยินเสียง “ปัง” ดังขึ้น คนที่อยู่ตรงกลางถูกเตะปลิวเข้าไปกระแทกกับกำแพงสลบแน่นิ่งไป ส่วนอีกสองคนตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ กู้ฉางเกินไม่ให้โอกาสพวกเขาตั้งตัว กำกระบองไม้แน่นฟาดลงไปอย่างแรง ทั้งคู่ตายคาที่ หลังจากนั้นเขาชักกริชออกมา แล้วกรีดคอทั้งสามคนทีละคนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีพลาด
จัดการทุกอย่างเสร็จ เขาเก็บเงินบนโต๊ะเข้ามิติจนหมด
ตอนนี้เอง ชายร่างใหญ่ล่ำสันคนหนึ่งเดินด่าออกมาจากในบ้าน “พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันนักหนา? เสียงดังจะตาย อยากตายนักหรือไง?” พลางพูดพลางจัดเสื้อผ้าไปด้วย คนนี้ก็คือพี่เฮ่อ เจ้าตลาดมืดนั่นเอง
พี่เฮ่อเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูเรือนตะวันตก ก็ถูกปากกระบอกปืนจ่อหัวเข้าให้
เขาหน้าเปลี่ยนสีทันที พลางถอยหลังพลางขอร้อง “ท่านพี่ มีอะไรค่อย ๆ พูดกัน อย่าเพิ่งใช้มีดใช้ปืนเลย ลูกน้องกูตาถั่วไปมีเรื่องกับท่านหรือเปล่า? ท่านบอกมา เดี๋ยวกูให้พวกมันมาเซ่นขอโทษท่าน”
กู้ฉางเกินไม่รับคำ พูดแต่ว่า “เข้าบ้าน”
พี่เฮ่อได้แต่ถอยหลังกรูดเข้าไปในเรือนใหญ่
ตอนนี้เอง เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นกะทันหัน “พี่เฮ่อ ข้างนอกมีอะไรหรือ?”
หล่อนเห็นใครคนหนึ่งใช้ปืนจี้พี่เฮ่อ ก็ตกใจร้องลั่น
กู้ฉางเกินชักปืนอีกกระบอกเล็งมาที่หล่อน ข่มเสียงต่ำ “หุบปาก ร้องอีกตายแน่”
ผู้หญิงตกใจตัวสั่นเทิ้ม ยอง ๆ อยู่กับพื้นแต่โดยดี
พี่เฮ่อรีบพูดผ่อนปรน “ท่านพี่ มีอะไรค่อยพูดกัน ถ้าท่านถูกใจนาง ข้าพูดคำเดียว คนท่านก็พาไปได้เลย”
กู้ฉางเกินหัวเราะเย็นชา “พี่เฮ่อ อย่ามาโทษกู ก็โทษที่ลูกน้องมึงทำเรื่องชั่ว ๆ ไว้ กูแค่ไปซื้อข้าวของที่ตลาดมืด ก็ถูกลูกน้องมึงปล้นสะดม กูเลยจำต้องทำถึงที่สุด จัดการพวกมึงให้หมดซะเลย”
พี่เฮ่อนึกด่าอยู่ในใจว่าไอ้ลูกน้องโง่ ๆ ตัวไหนไปหาเรื่องยักษ์ร้ายพวกนี้มา ปากก็รีบถาม “สองคนไหน? ท่านว่า มา กูช่วยสั่งสอนมันให้เอง”
กู้ฉางเกินว่า “คนหัวล้านคนหนึ่ง อีกคนไม่รู้จักชื่อ สองคนนั่นกูเก็บเรียบร้อยแล้ว”
พี่เฮ่อฟังออกถึงนัยในคำพูด รีบยิ้มเจื่อน ๆ “ท่านฆ่าดีแล้ว ไอ้พวกไร้สัจจะอย่างนี้ กูรู้ก็ไม่มีทางปล่อยมันไว้เหมือนกัน”
กู้ฉางเกินมองดูรอยยิ้มหลอกลวงของเขา ไม่พูดพร่ำทำเพลงต่อ เตะพี่เฮ่อปลิวกระแทกเข้ากับกำแพงเรือนใหญ่อย่างแรง
พี่เฮ่อกระอักเลือด ถามด้วยเหลือเชื่อ “ทำไม?”
กู้ฉางเกินตอบเรียบ ๆ “ก็จะให้มึงตายแบบรู้เรื่องเท่านั้น”
พี่เฮ่อยังคิดจะดิ้นรนต่ออีก กู้ฉางเกินก้าวเข้าไปเหยียบคอพี่เฮ่อ พี่เฮ่อขาดใจตายสนิท
มองดูกำลังของตัวเอง กู้ฉางเกินอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองแกร่งขึ้นทุกที กระทั่งกำลังยังคุมไม่ค่อยอยู่เลย
ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เห็นสภาพน่าอเนจอนาถของพี่เฮ่อ ก็ตกใจกรีดร้องขึ้นมา กู้ฉางเกินตาว่องไว มือก็เร็ว รีบปิดปากหล่อน แล้วทำท่าให้เงียบ หล่อนรีบผงกหัวอย่างลนลาน กู้ฉางเกินจึงปล่อยมือ แล้วพูดว่า “เจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่ฆ่าผู้หญิงกับเด็กหรอก บอกข้าหน่อย ของมีค่าอื่น ๆ ของพี่เฮ่อซ่อนอยู่ที่ไหน”
หล่อนกลัวจนตัวสั่นงันงก ชี้ไปที่ใต้เตียง
กู้ฉางเกินนั่งยอง ๆ ลากกระเป๋าหนังใบหนึ่งออกมา เปิดดู ข้างในเต็มไปด้วยทองรูปแท่งใหญ่ ทองรูปแท่งเล็ก เหรียญเงิน ยังมีกำไลหยก เครื่องประดับทองและเงินอีกมากมาย
กู้ฉางเกินชักสงสัย “พี่เฮ่อซ่อนของไว้ที่นี่ตั้งมาก แล้วที่โกดังหลังบ้านทำไมยังมีอีก?”
ผู้หญิงตอบเสียงสั่น “พวก……พวกนั้นเป็นของข้างบน”
กู้ฉางเกินเข้าใจในทันตา ที่แท้พี่เฮ่อก็แค่เป็นลูกน้องให้คนอื่น ส่วนของตรงหน้านี้ล้วนเป็นของที่มันแอบยักยอกมาเป็นของตัว
เขาตรวจดูรอบ ๆ อย่างละเอียด ยืนยันว่าไม่มีอะไรอื่นแล้ว ก็นั่งยองลงมามองหน้าผู้หญิงคนนั้น
หล่อนพูดด้วยความกลัว “ท่านอย่าฆ่าข้าเลย ถ้าไม่ฆ่าข้า ท่านจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
กู้ฉางเกินยิ้ม “อย่าคิดเล็กคิดน้อยไปหน่อยเลย ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าข้าไม่ฆ่าผู้หญิงกับเด็ก”
หล่อนเพิ่งวางใจลง กู้ฉางเกินก็ลงมือกะทันหัน กริชพุ่งเสียบอกหล่อนในฉับพลัน
หล่อนมองเขาอย่างเหลือเชื่อ “ท่านบอกว่าไม่ฆ่าผู้หญิงกับเด็กไม่ใช่หรือ?”
กู้ฉางเกินตอบเรียบ ๆ “ใช่ แต่เจ้าไม่ใช่เด็กนี่”
มองดูพี่เฮ่อกับผู้หญิงที่นอนแน่นิ่งกับพื้น กู้ฉางเกินเก็บศพทั้งสองเข้ามิติ随身 คนเป็น ๆ เอาเข้ามิติ随身ไม่ได้ แต่คนตายในสายตาเขา ก็เป็นแค่ข้าวของเท่านั้น
เขามองไปรอบ ๆ ห้อง เอาเชื้อไฟกองรวมไว้บนเตียง แล้วจุดไฟ กองเพลิงลุกท่วมทั่วทั้งห้องในบัดดล
กู้ฉางเกินคิดจะสร้างภาพว่าพี่เฮ่อขนทรัพย์สมบัติแล้วหนีไปกับผู้หญิง ถึงแม้นึกแล้วจะขยาดที่มีศพสองศพอยู่ในมิติ随身 แต่เขาคิดว่าจะหาที่เหมาะ ๆ ฝังคนทั้งสอง ให้มันไปเป็นคู่ทุกข์คู่ยากในปรโลก
กู้ฉางเกินใส่หน้ากากอีกครั้ง กำลังจะออกเดินทาง ทันใดนั้นก็เห็นโหวลิงเดินเข้ามาจากตรงประตูรั้ว
โหวลิงก็เห็นกู้ฉางเกินที่ปิดหน้ามิดชิดด้วยเหมือนกัน
วินาทีที่สบตากัน โหวลิงก็ “ตุบ” คุกเข่าลงกับพื้น โขกหัวไม่หยุด “ท่านปู่ไว้ชีวิตด้วย! ข้าเป็นแค่เด็กเดินข่าว ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ขอร้องท่าน ปล่อยข้าไปเถอะ!”
กู้ฉางเกินจ้องตาเขา ถอนใจแผ่วเบาในใจ
กู้ฉางเกินไม่พูดอะไรมาก ชักปืน “ปัง” หนึ่งนัดเป่าหัวแตก โหวลิงล้มกองกับพื้นทันที
กู้ฉางเกินถอนใจแผ่วเบา “อย่ามาโทษข้า ใครใช้ให้มึงจำข้าได้”
เขาดูออกแจ่มแจ้ง โหวลิงจำเขาได้ชัดแล้ว เพียงแต่แสร้งทำเป็นจำไม่ได้
เมื่อจำได้แล้ว ก็ไม่มีทางปล่อยให้รอด
ตอนนี้ ภายนอกมีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาแต่ไกลแล้ว
กู้ฉางเกินไม่รอช้า รีบวิ่งไปทางสวนหลัง กระโจนตัวลอย พลิกข้ามกำแพงด้านหลังสูงกว่าสามเมตรไป ร่างพรางพร้อยหายเข้าไปในความมืดดำแห่งรัตติกาล สาบสูญไป