มิติศักดิ์สิทธิ์พาทะลุยุค 70 อุ้มท้องตามสามีไปชายแดน

บทที่ 2 มิติบ่อน้ำพุวิญญาณ (นิยายใหม่ขอติดชั้นหนังสือด้วยนะ)

8 นาที· 1.8K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 2 มิติบ่อน้ำพุวิญญาณ (นิยายใหม่ขอติดชั้นหนังสือด้วยนะ)

ที่แท้ นางไม่ใช่บุตรสาวของโจวซิ่วเหมย ในปีนั้นโจวซิ่วเหมยและสามีขึ้นเขาไปล่าสัตว์ เก็บได้ตัวของเวินโม่ที่ยังหลงเหลือลมหายใจรวยรินอยู่บนภูเขา

ภายในผ้าห่อตัวมีแถบกระดาษแผ่นหนึ่ง เขียนว่า "ชายแดน มั่วเสวี่ย" หน้ามั่วเสวี่ยยังมีอักขระอีกตัว ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงเลอะเปรอะ มองไม่ชัดแล้ว

เวินโม่ คือชื่อที่สามีภรรยาโจวซิ่วเหมยนำคำว่า มั่ว จากมั่วเสวี่ย มาตั้งให้

แต่ก่อนตายโจวซิ่วเหมยก็ยังนำทุกสิ่งที่นางรู้บอกเล่าแก่เวินโม่ นางปกป้องเวินโม่ต่อไปไม่ไหวแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องให้เวินโม่ไปตามหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของนาง

หลายปีมานี้ นางก็ใช่ว่าจะไม่อยากบอกเวินโม่ แต่นางจนใจ ตั้งแต่วินาทีที่เก็บเวินโม่ได้ นางก็ถือว่าเวินโม่คือเลือดเนื้อของตน

ที่สำคัญที่สุดคือ เวินโม่เด็กเกินไป แถมยังถูกนางเลี้ยงดูจนบริสุทธิ์ไร้เดียงสาและบอบบางเช่นนี้

นางคิดไว้ว่าจะรอให้เวินโม่โตกว่านี้อีกสักหน่อยจึงค่อยบอกนาง แต่แผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมิทัน…

เวินโม่นึกได้ว่าลู่เซียวกลับมาจากชายแดน ทั้งยังเป็นบุรุษเก่งกาจที่สุดของหมู่บ้านเวิน หากได้แต่งกับลู่เซียว จะไม่ใช่การพลิกหินสองก้อนทีเดียวเชียวหรือ

ดังนั้น เวินโม่หัวร้อนพลุ่งขึ้นมา ก็แอบเข้าไปในห้องของลู่เซียว ถอดเสื้อผ้าจนหมดปีนขึ้นเตียงของลู่เซียว…………

นึกถึงตอนนั้นเรือนกายกำยำล่ำสันของบุรุษ ท่วงท่าทรงพลังดุดัน และยังมีความดุดันเผ็ดร้อนนั่นอีก…

เวลานี้เวินโม่ที่ทะลุมิติมาจากยุคสุดท้าย นึกถึงภาพเหตุการณ์ตอนนั้น ก็อดไม่ได้ที่หน้าแก่จะร้อนผ่าว………

เวินโม่เอ๋ยเวินโม่…

เจ้านี่กล้าจริง ๆ นะ!

ส่วนหลังจากนั้น ลู่เซียวเพราะได้รับภารกิจฉุกเฉิน ทั้งที่กำลังยกกางเกงใส่ก็แสดงสีหน้าเย็นชา วันรุ่งขึ้นก็จากหมู่บ้านเวินไปแล้ว

คนทั้งสองนอกจากบนเตียงแล้ว ไม่เคยพูดกันแม้แต่ประโยคเดียว………

ดีว่าก่อนลู่เซียวจากไปได้ประกาศต่อหน้าชาวหมู่บ้านเวินว่าตนเองจะแต่งกับเวินโม่ นับว่าให้คำอธิบายแก่เวินโม่ ทั้งยังให้ชาวหมู่บ้านเวินรู้ว่าเวินโม่คือคนของเขา!

ตระกูลลู่ระเบิดโกลาหล!

หมู่บ้านเวินก็ระเบิดโกลาหล!

หัวใจของเวินโม่ก็วางลงได้ในที่สุด!

ครึ่งเดือนต่อมา หนังสือรับรองสมรสฉบับหนึ่งส่งทางไปรษณีย์มาจากชายแดน

แม้ข้างบนจะไม่มีรูปถ่ายของทั้งคู่ แต่เวินโม่ก็กลายเป็นว่าที่ภรรยาของลู่เซี่ยวอย่างเป็นทางการ ทุกอย่างเป็นที่ยุติแล้ว

เพียงชั่วครู่เดียว คนในหมู่บ้านที่คิดจะฉวยโอกาสซ้ำเติมยามยากทำมิดีมิร้ายต่อเวินโม่ ก็พากันจางหายใจคิดไป

เวินโม่แม้จะอวบขึ้นมาหน่อย ใบหน้ารูปไข่กินจนกลายเป็นหน้ากลม แต่เพราะความสูงยังนับว่าใช้ได้ สภาพโดยรวมทั้งตัวยังมองดูพอดูได้

โดยเฉพาะความอิ่มเอิบกลมกลึงที่อก ถึงมีเสื้อผ้ากั้นอยู่ก็ยังรู้สึกได้ว่าเวินโม่กำลังจะทะลวงผ่านพันธนาการของเสื้อผ้า

สะโพกก็ยิ่งเต็มไปด้วยเนื้อหนังน่าจับ หากแต่กลับเด้งงอนเป็นพิเศษ

เวินโม่เช่นนี้ไม่เข้ากันเลยกับสาว ๆ ในหมู่บ้าน ปีนี้จะกินจนเป็นอย่างเวินโม่ได้แบบนี้ หาได้สักกี่คนจริง ๆ!

แต่ก่อนมีโจวซิ่วเหมยอยู่ ทุกคนก็ได้แต่ลอบนินทาว่าเวินโม่เป็นหมูอยู่ข้างหลัง ไม่มีใครกล้าพูดต่อหน้า โจวซิ่วเหมยนางน่ะป่าเถื่อนยิ่งกว่าผู้ชายเสียอีก หากใครบังอาจรังแกบุตรสาวสุดที่รักของนาง เกรงว่าจะถูกทำลายสภาพความเป็นชายทันที

โจวซิ่วเหมยตายแล้ว เวินโม่ก็ไปคว้าติดลู่เซียวอีก!

พวกคิดร้ายในหมู่บ้านจึงไม่กล้าทำอะไรหนักขึ้นไปอีก

ภายหลังเวินโม่ตั้งครรภ์ หยางจวี๋ฮวาหรือก็คือย่าของลู่เซียว ไม่ว่านางจะพูดเช่นไรก็ต้องรับตัวคนมาไว้ในบ้านให้ได้

เวินโม่ใจอ่อนอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบตกลง ครั้นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านหลังจากโจวซิ่วเหมยตาย ก็รู้สึกว่าย้ายมาอยู่ด้วยกันก็ดี อย่างน้อยก็มีคนคอยสอดส่องดูแลอยู่ข้างกาย

ใครจะรู้ว่าคนตระกูลลู่เฝ้าแต่คำนึงถึงเงินในมือของนางทุกขณะจิต นางทำได้เพียงแอบนำเงินส่วนใหญ่นำไปฝังไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างหลุมศพของโจวซิ่วเหมย

ส่วนที่หยางจวี๋ฮวารับเวินโม่มาตระกูลลู่ ก็เพื่อเงิน!

นับตั้งแต่ลู่เซียวกับเวินโม่มาอยู่ด้วยกัน ทุกเดือนก็ส่งเงินให้จวนเก่าแค่ 5 หยวน หยางจวี๋ฮวาจึงจำต้องลวงรับเวินโม่มาให้อยู่ใต้มือตนเอง

หยางจวี๋ฮวาคิดว่า พอเวินโม่มาอยู่ใต้ชายคาตนแล้ว จะไม่รีบนำเงินส่งมอบให้นางอย่างว่าง่ายหรอกหรือ

ใครจะรู้ว่าเวินโม่นังแพศยาต่ำช้านี่จะโง่จริงหรือแกล้งโง่ พอนางทวงเงินก็เบี่ยงเบนเปลี่ยนเรื่อง!

เจ้าเล่ห์เพทุบายเสียจริง!

เงินที่ลู่เซียวให้นางไม่รู้ว่าไปซ่อนไว้ที่ไหน พวกนางหาเท่าไรก็ไม่เจอ

เวินโม่ยังไปอำเภอซื้อของกินของขบเคี้ยวบ่อย ๆ ทั้งยังไปห้างสรรพสินค้าซื้อเสื้อผ้าและครีมเกล็ดหิมะ ทำเอาหยางจวี๋ฮวาโกรธจนปอดแทบแตก

โดยเฉพาะเมื่อเห็นท้องของเวินโม่ที่กลมขึ้นทุกวัน หยางจวี๋ฮวาก็ยิ่งโทสะเผาผลาญ เกรงกลัวว่าลู่เซียวจะหลุดพ้นจากการควบคุม พอมีข้ออ้างก็จะไม่ส่งเบี้ยเลี้ยงมาที่จวนเก่าอีกแล้ว

บ้านของคนที่สาม มันมีประวัติไม่ดีอยู่นะ!

ไอ้คนที่สามไม่เอาไหนของนางก็ไม่ใช่ไปพลีชีพเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งหรอกหรือ ช่างน่าอัปยศอดสูต่อตระกูลลู่เสียนี่กระไร!

นางไม่เคยรู้สึกว่าตนเองผิดตั้งแต่แรก ผู้หญิงคนนั้นยุแยงความสัมพันธ์แม่ลูกนาง นางสังคายนาผู้หญิงคนนั้นสักหน่อยก็สมควรแล้ว!

นางนั่นแหละอายุสั้นเอง จะมาโทษนางได้!

หยางจวี๋ฮวาเพื่อตามหาเงินที่เวินโม่ซ่อนไว้ ให้หลานสะใภ้คนรองติดตามเวินโม่ พบเงินที่เวินโม่ซ่อนไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ หยางจวี๋ฮวาจึงยึดเงินมาเป็นของตน

เวินโม่โดดเดี่ยวไร้คนช่วย ได้แต่ข่มใจน้ำตาร่วงพร่า

แต่นางยังมีเบี้ยเลี้ยงของลู่เซี่ยว ครั้งนี้ไปรับเบี้ยเลี้ยงที่อำเภอ เวินโม่ระมัดระวังซุกซ่อนเบี้ยเลี้ยงไว้ที่บ้านเก่า

หลังจากนั้นเวินโม่ไปอำเภอซื้อซาลาเปาไส้เนื้อกลับมาจำนวนหนึ่ง ระหว่างทางก็กินไปสามลูก เหลือไว้สองลูกรอตอนหิวกลางคืนกิน

ผลปรากฏว่าเฉินชิวเยี่ยนนี่จมูกหมาได้กลิ่น มาขวางนางแล้วบอกให้นางเอาซาลาเปาออกมาให้นางกิน

ไม่มีเหตุผลที่ตั้งครรภ์เหมือนกัน นางเวินโม่จะได้กินซาลาเปาไส้เนื้อ ส่วนนางกินไม่ได้!

ในตระกูลลู่นางมีฐานะดีกว่าเวินโม่ ในท้องนางอุ้มท้องหลานทองของตระกูลลู่อยู่นะ!

แต่เวินโม่ยึดมั่นเรื่องกิน ใครคิดจะแย่งของกินจากปากนาง ก็เหมือนจะเอาชีวิตนาง ระหว่างยื้อยุดแย่งกันนั้นเวินโม่ถูกเฉินชิวเยี่ยนผลักล้ม ท้ายทอยกระแทกเข้ากับกรอบประตู ถึงแก่ชีวิตทันที!

เวินโม่ดึงสติคืน จัดเรียงสถานการณ์ตอนนี้ดู

ดูท่าตนเองกลายเป็นเจ้าของร่างเดิม ลูบหลังศีรษะก็มีอาการปวดรุนแรงแทรกซึมเข้ามา ดูท่าแผลจะไม่เบาเลย

ก็จริง… ไม่เช่นนั้นเจ้าของร่างเดิมก็คงไม่ตายไปเช่นนี้

คิดถึงการที่ตนเองทะลุมิติจากยุคสุดท้ายมาสู่ยุคเจ็ดศูนย์ เวินโม่ให้ความรู้สึกเหมือนรอดตายได้อย่างปาฏิหาริย์

เทียบกับยุคปัจจุบันที่มีแต่ศพซอมบี้ดาษดื่น ใช้ชีวิตกันไปวัน ๆ ไม่มีวันพรุ่งนี้ ชีวิตเรียบง่ายไร้การปรุงแต่งนี้ นางมีแต่รู้สึกถนุถนอมอย่างที่สุด

ไม่รู้ว่ามิติของนางตามมาด้วยหรือไม่

ครั้นคิดเช่นนี้ ในสมองของเวินโม่ก็เกิดมิติหนึ่งขึ้นมา

นี่คือมิติที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นก่อนยุคสุดท้าย แม้จะเล็กไปหน่อย มีเพียง 10 ตารางเมตร แต่ว่าก็ยังดีกว่าไม่มี

เป็นเช่นนี้เอง เวินโม่ที่เป็นสาวออฟฟิศ 996 ที่เพิ่งเรียนจบก็เริ่มสะสมตุนเสบียงในชีวิตประจำวันของนาง

เพราะมิติมีขนาดไม่ใหญ่ ข้าวสารถังละหนัก 500 ชั่ง เตรียมตุนไว้อย่างละ 500 ชั่ง ถั่วเมล็ดนานาชนิดตุนไว้ 200 ชั่ง น้ำมันชนิดต่าง ๆ ตุนไว้ 5 ลัง ของป่าตากแห้ง 2 กระสอบใหญ่ เครื่องปรุงรสก็ทุกอย่างมาอย่างละ 1 ลัง

เนื้อกระป๋องนานาชนิด ผลไม้กระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หม้อไฟอุ่นเอง ข้าวกล่องอุ่นเอง ขนมปังกรอบอัด ขนมขบเคี้ยวเครื่องดื่ม ผักผลไม้

พวกของใช้ในชีวิตประจำวัน กระดาษทิชชู ยาสีฟันแปรงสีฟัน ผ้าอนามัย แชมพู ครีมอาบน้ำ ถุงอุ่นมือ ฯลฯ และยังมีพวกเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ วิตามินนานาชนิด ยาปฏิชีวนะ แอลกอฮอล์ยาลดไข้ ยาหยุนหนานไป๋เย่าจื่อ ยาแก้อักเสบยาแก้ท้องเสีย เพราะจำนวนไม่มาก ตระเวนซื้อตามร้านขายยาหลายร้านถึงจะเตรียมได้ค่อนข้างครบ

มิติมีฤทธิ์รักษาความสด บนโต๊ะแปดเซียน ภายในภาชนะหยกที่มีสีทองเขียวสลับกัน เมื่อเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง ก็จะมีน้ำบ่อพุวิญญาณเติมให้หนึ่งถ้วย

น้ำนี้มีฤทธิ์เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย ขับสารพิษรักษาเยียวยา เวินโม่เรียกว่าน้ำบ่อพุวิญญาณ

ตอนนั้นเวินโม่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ในมิติจึงยังได้เตรียมพวกมีดทำครัว มีดสั้น ขวาน ฯลฯ เผื่อไม่คาดฝันยังสั่งซื้อทางออนไลน์จำพวกยาสลบ ยาเบื่อหนู ยาฆ่าหญ้าพาราควอท ฯลฯ

แต่ชีวิตก็ล่วงเลยไปช่วงหนึ่งอย่างสงบราบคาบ โลกก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เวินโม่ก็กลับไปใช้ชีวิตสาวออฟฟิศ 996 อีกครั้ง

วันที่วันสิ้นโลกปะทุขึ้น เวินโม่ยังทำงานอยู่ที่บริษัท เพิ่มเวลาทำงานเร่งทำสัญญาให้เสร็จ ภายหลังได้ประสบกับยุคสุดท้ายอยู่สามเดือน เวินโม่เมื่อได้เห็นเมืองที่เต็มไปด้วยรอยบาดแผลทำได้เพียงสิ้นหวังอย่างสุดซึ้ง

นางและผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งรวมกันเป็นทีมชั่วคราว เดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องที่เวินโม่ถูกคนชนจนตกจากชั้นสาม ถูกกระบี่เก้ายุคผงาดวิหคเพลิงนั่นทะลวงผ่านร่างพามาถึงยุคเจ็ดศูนย์

เวินโม่สัมผัสได้ว่ามิติของนางยังอยู่ ทั้งตัวคนก็อุ่นใจขึ้นไม่น้อย

อย่างน้อยในยุคเจ็ดศูนย์ที่กินไม่อิ่มนุ่งไม่พอดีนี้ นางมีนิ้วทองที่ทำให้ตนเองทุกข์ยากในการกินดื่มไม่ได้

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com