แสงสีขาวจางหายไป พื้นใต้เท้ากลับกลายเป็นแผ่นหินสีขาวของลานเมฆาอีกครั้ง
บนลานพลุกพล่านคึกคัก เสียงผู้คนอื้ออึงดังอัดเข้าหู ติงเยี่ยนยืนนิ่งอยู่กับที่ สูดอากาศเข้าลึก ๆ ในที่สุดกลิ่นคาวขมที่อัดแน่นอยู่ในอกก็ค่อย ๆ จางหายไป
ซากมอนสเตอร์สามตัวในช่องเก็บของยังเปื้อนโคลนอยู่
จระเข้โคลนสองตัว คางคกเพชฌฆาตลิ้นเหล็กหนึ่งตัว เขานำพวกมันไปลงขายในตลาดทีละตัว เพิ่งลงขายไปได้ไม่นานก็มีคนซื้อไปหมด
จระเข้โคลนตัวละ 220 แต้ม ส่วนหนังของคางคกเพชฌฆาตลิ้นเหล็กนั้นทนทานสมราคา ขายได้ 300 แต้ม
ซากสามตัวขายได้ 740 แต้มเข้ากระเป๋า
ผ้าพันแผลยังพันอยู่รอบคอ คราบโคลนบนชุดต่อสู้แห้งแข็งเป็นเปลือก ผู้เล่นที่เดินผ่านต่างหันมามองเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาไม่ใส่ใจ กำลังจะก้าวเดิน นาฬิกาข้อมือก็ส่งเสียงรัวขึ้นมาก่อน
รูปโปรไฟล์เพื่อนเด้งขึ้นลง รายชื่อข้อความเลื่อนลงไปถึงสามหน้าจอ ทั้งหมดเป็นของเจ้าพุงพลุ้ย
ด้านบนสุดยังมีประกาศระบบปักหมุดไว้ ข้อความสีขาวบนพื้นแดง
【ประกาศทั่วเซิร์ฟเวอร์: ในวันครบรอบหนึ่งเดือนหลังเปิดเซิร์ฟเวอร์ พื้นที่หมอกขนาดยักษ์แห่งแรก “เขตโบราณสถาน” จะเข้าสู่ขอบเขตที่สามารถตรวจจับได้อย่างเป็นทางการ โปรดทราบเป็นพิเศษ: ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังเขตโบราณสถานได้โดยตรง ผู้เล่นต้องบุกเบิกเส้นทางที่นำไปสู่เขตโบราณสถานด้วยตนเอง】
ประกาศไม่ยาวนัก แต่ติงเยี่ยนกลับอ่านทวนทีละคำถึงสามรอบ
วันครบหนึ่งเดือน แผนที่ใหม่เปิดให้เข้าไป แต่พิกัดไม่สามารถวาร์ปไปถึงได้โดยตรง ต้องบุกฝ่าพื้นที่หมอกไปทีละแห่งเพื่อไปให้ถึง
อีกสองข้อความด้านล่างนั้นเป็นข้อมูลที่จับต้องได้ยิ่งกว่า พื้นที่ที่บุกเบิกแล้วทั้งหมดจะถูกรวมเข้ากับเครือข่ายเส้นทาง พร้อมความคืบหน้าในการเชื่อมต่อและกวาดล้างของแต่ละกิลด์
ติงเยี่ยนจุ๊ปาก เขาเป็นผู้เล่นอิสระ เรื่องกิลด์ใหญ่ตีกันไม่เกี่ยวกับเขา สิ่งเดียวที่คิดออกคือ งานบุกเบิกจะเพิ่มขึ้น ราคาก็ต้องขึ้นตาม
